posttoday
เจรจา...จุดเริ่มต้นผ่าทางตัน

เจรจา...จุดเริ่มต้นผ่าทางตัน

28 กุมภาพันธ์ 2557

นับเป็นสัญญาณถอยครั้งแรกของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับการประกาศยอมเข้าสู่กระบวนการ “เจรจา” เป็นครั้งที่ 2

โดย...ทีมข่าวการเมือง

นับเป็นสัญญาณถอยครั้งแรกของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับการประกาศยอมเข้าสู่กระบวนการ “เจรจา” เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากเวทีเจรจา ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ ผบ.เหล่าทัพเป็นสักขีพยานในการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่จบลงด้วยการยืนยันเดินหน้าสู่เป้าหมายขับไล่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตั้งสภาประชาชนมารับหน้าที่ปฏิรูปประเทศและจะไม่มีการเจรจาอีกต่อไป

“ถ้าคุณยิ่งลักษณ์อยากจะเจรจาจริง ผมก็ขอให้นัดมาเลยว่าจะเป็นวันไหน แต่ขอให้มาเจรจากับผมสองต่อสอง โดยมีการตั้งโต๊ะเจรจาอย่างเปิดเผย ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ” ถ้อยแถลงของ สุเทพ บนเวทีปราศรัยสีลมวานนี้ จึงเสมือนกับการยอมเปิดประตูเข้าสู่กระบวนการเจรจารอบใหม่

การเปลี่ยนท่าทีหันมาเจรจาของ สุเทพ เกิดขึ้นหลังจากเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายต้องการให้คู่ขัดแย้งหันมาเจรจาเพื่อผ่าทางตันในเวลานี้ โดยเฉพาะท่าทีล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ กับการแถลงผ่านโทรทัศน์เสนอให้เจรจาหาทางยุติความรุนแรงที่มีแนวโน้มจะสร้างความสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้ออกมารับลูก ก่อนที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ จะขยายประเด็นนี้ต่อด้วยแนวคิดที่จะเชิญ บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มาเป็นคนกลางหาทางออกในประเทศ ขณะที่ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เห็นว่าคนไทยที่มีบารมีก็สามารถเป็นคนกลางไม่จำเป็นต้องเป็นต่างชาติ

สอดรับกับข้อเสนอขององค์กรต่างๆ ที่แนะให้ใช้การเจรจาหาทางออก เพราะเห็นพ้องกันว่าหากต่างฝ่ายต่างยังดึงดันต่อไปนอกจากจะไม่สามารถหาทางออกให้กับความขัดแย้งที่เป็นอยู่ได้แล้ว อีกด้านหนึ่งยังไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ยิ่งในจังหวะเวลาที่สุกงอมมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งการบาดเจ็บล้มตายทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ไปจนถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความน่าเชื่อถือในสายตาต่างชาติ ดังจะเห็นจากที่ผ่านมามีกระแสข่าวการเจรจาปรากฏให้เห็นอย่างพระพุทธะอิสระ และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำเพื่อไทย โดยมี สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นตัวเชื่อม

ที่สำคัญกับการชุมนุมของ กปปส.ที่ลากยาวมานานเกือบ 4 เดือน จนทำให้ทั้งมวลชนและแกนนำต่างอ่อนล้าไปตามๆ กัน แต่ยังไม่อาจเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ หนำซ้ำท่ามกลางสัญญาณความรุนแรงที่หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย หาก กปปส.ยังดึงดันเป้าหมายเดิม โดยไม่สนใจข้อเสนอเรื่องการเจรจาย่อมไม่เป็นผลดีต่อการเคลื่อนไหวรอบนี้

โดยเฉพาะสัญญาณความรุนแรงที่มีการใช้ระเบิดอานุภาพทำลายล้างสูง การใช้กระสุนจริงตอบโต้กัน การปรากฏตัวของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ไปจนถึงการเปิดฉากเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่เริ่มต้นลั่นกลองรบเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล พร้อมใช้มาตรการตาต่อตาฟันต่อฟัน กับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ถึงขั้นเตรียมจัดตั้งกองกำลังทั่วประเทศ แถมยังมีสัญญาณอาจลุกลามไปถึงการจับอาวุธเข้าฟาดฟันกันเอง สุ่มเสี่ยงจะบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมือง

การเลือกตั้งที่เคยคิดว่าจะเป็นกลไกนำบ้านเมืองกลับมาสู่สภาวะปกติ เวลานี้ยังมีปัญหาในหลายจุดไม่ว่าจะเป็น 28 เขตที่ไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้จนทำให้ติดเงื่อนไขได้ สส. 95% เพียงพอที่จะเปิดสภาเพื่อเลือกนายกฯ ได้ และปมปัญหาต่างๆ ยังสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทางออกในแต่ละด้านจึงตีบตันลงไปทุกที และหวังว่าการเจรจาจะเป็นหนทางผ่าทางตันเวลานี้ไปได้

แต่ด้วย “เงื่อนไข” ไม่ว่าจะต้องเจรจากันแบบตัวต่อตัว “สุเทพยิ่งลักษณ์” แถมต้องถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมรับรู้เนื้อหาการเจรจานั้น ทำให้พลพรรคเพื่อไทยออกมาดักคอนี่อาจจะเป็นเพียงแค่การลากนายกฯ มาเชือดกลางเวทีดีเบต ไม่ใช่เจตนารมณ์ต้องการจะหาทางออกให้ประเทศอย่างแท้จริง

เมื่อชัดเจนว่า “จุดอ่อน” ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่การชี้แจงสื่อสารทำความเข้าใจต่อสาธารณะดังจะเห็นจากที่ผ่านมามักใช้วิธีโบ้ยให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงในประเด็นร้อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวทีสภา หรือการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เที่ยวนี้หากยอมตามเงื่อนไขเจรจาแบบตัวต่อตัวย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบอดีตนักการเมืองที่มีชั้นเชิงความเก๋าทางการเมือง

ทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตั้งเงื่อนไขกลับมายังเลขาธิการ กปปส. ว่าจะเจรจาภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ และให้ กปปส.ยุติการชุมนุม พร้อมปฏิเสธที่จะเจรจาแบบตัวต่อตัว แต่ให้มีตัวแทนจากหลายฝ่ายร่วมเจรจา เพราะจะเป็นประโยชน์มากกว่า เนื่องจากนายกฯ ไม่สามารถจะตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศได้ เพราะมีทั้งเรื่องกฎ กติกาและรายละเอียดต่างๆ ต้องมีผู้รู้เป็นคนกลางเข้ามาช่วยเหลือถึงมุมมองในการแก้ไขปัญหา

สุดท้ายเงื่อนไขที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยกขึ้นมาชิงความได้เปรียบในเวทีการเจรจา ต่างเห็นกันไปคนละทิศละทางจนยากจะหาจุดร่วมที่จะทำให้การเจรจานำไปสู่การปฏิบัติได้ หรือแม้แต่ในเนื้อหาการเจรจาที่หากสามารถเดินหน้าไปสู่จุดนั้นได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทั้งสองฝั่งจะเห็นพ้องต้องกันกับทางเดินที่จะพาประเทศออกจากวังวนความขัดแย้งที่เป็นอยู่ แต่อย่างน้อยท่าทีของคู่ขัดแย้งที่เริ่มส่งสัญญาณยอมพูดคุยเจรจาหาทางออกร่วมกัน ย่อมทำให้ความตึงเครียดที่ต่างฝ่ายต่างยื้อกันมายาวนานเริ่มเห็นทางออก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท