
มหากาพย์เรื่องข้าวและความยากจน
ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวของไทยยังเป็นหนังเรื่องยาวที่หาข้อสรุปที่สร้างความพอใจให้กับทุกฝ่ายไม่ได้ แม้เวลาจะทอดยาวมานานหลายเดือนแล้วก็ตาม
ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวของไทยยังเป็นหนังเรื่องยาวที่หาข้อสรุปที่สร้างความพอใจให้กับทุกฝ่ายไม่ได้ แม้เวลาจะทอดยาวมานานหลายเดือนแล้วก็ตาม
เห็นได้จากสื่อต่างชาติเกือบทุกสำนักที่ยังติดตามและเสนอรายงานในประเด็นนี้ เช่นเดียวกับ ไฟแนนเชียล ไทมส์ สื่อชื่อดังด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ที่เสนอรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ปริมาณข้าวมหาศาลในโกดังต่างๆ จากโครงการรับจำนำของรัฐบาลน่าจะส่งผลเสียต่อไทย ขณะที่อาจสร้างรอยยิ้มและความหวังให้แก่ชาวนาและผู้ค้าข้าวในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอินเดียและเวียดนาม
ทั้งนี้ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทยที่เสนอราคาให้สูงกว่าท้องตลาดถึง 40-50% ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลกลดลง และนำไปสู่ค่าใช้จ่ายมหาศาลของชาติอย่างน้อย 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แถมยังโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและพลเมืองชาวไทย
จากปัญหาค้างชำระหนี้ชาวนาในโครงการ ทำให้รัฐบาลรักษาการของไทยต้องดิ้นรนหาทางระบายข้าวที่อยู่ในมือออกไป แม้จะต้องขายในราคาที่ต่ำมากก็ตาม แม้กระนั้นก็ยังต้องพบกับอุปสรรคชิ้นโตในเรื่องคุณภาพและอายุการจัดเก็บข้าวในโกดัง ที่ทำให้ไทยไม่สามารถระบายขายออกไปได้เร็วอย่างที่คาด
สอดคล้องกับ ดาร์เรน คูลเปอร์ นักวิเคราะห์ข้าว จากสภาข้าวระหว่างประเทศในลอนดอน แสดงความคิดเห็นว่า ข้าวที่เก็บในโกดังของไทยเป็นข้าวเก่าเก็บ แถมรัฐบาลก็ไม่ได้กระตุ้นให้ชาวนาผลิตข้าวที่มีคุณภาพ จนไม่สามารถขายข้าวในตลาดนานาชาติได้
ทั้งนี้ คาดว่าขณะนี้ไทยมีปริมาณข้าวในสต๊อกราว 10-15 ล้านตัน หรือมีปริมาณสูงถึงเกือบครึ่งของปริมาณที่ค้าขายกันในตลาดโลก
อย่างไรก็ดี สิ่งนี้ส่งผลให้ราคาข้าวในเวียดนามพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้อินเดียกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ในพื้นที่แอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ขณะที่จีนผู้ซื้อข้าวรายใหญ่ของไทย ก็หันไปซื้อข้าวจากปากีสถานและเวียดนามแทน
ด้าน ออไรซา ดอทคอม เว็บไซต์ผู้นำในการเสนอข่าว งานวิจัย และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับข้าวทั่วโลก เสนอรายงานโดยอ้างจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าชาวนาไทยมีรายได้ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับชาวนาในกลุ่มประเทศอาเซียน แม้จะได้ราคาข้าวสูงกว่าประเทศอื่นๆ จากโครงการรับจำนำก็ตาม
สาเหตุดังกล่าวมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงมาก ทั้งค่าแรงงาน พลังงานที่ใช้ และน้ำ สวนทางกับปริมาณผลิตผลต่อไร่ที่ต่ำมาก ทำให้เหลือกำไรต่อตันน้อยที่สุดในภูมิภาคอาเซียนนี้
ทั้งนี้ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเสนอทางออกของปัญหานี้แก่รัฐบาลใหม่ของไทยว่า รัฐบาลควรจะส่งเสริมให้ชาวนาลดต้นทุนการผลิตลง 40% โดยให้เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตันละ 3,905 บาท แทนโครงการจำนำข้าว ซึ่งจะช่วยให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 98,413 บาท และยังทำให้ค่าใช้จ่ายของรัฐลดลงมากกว่าโครงการรับจำนำข้าวกว่า 3 แสนล้านบาท







