posttoday
บริบทแห่งการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก : นัยต่อเศรษฐกิจไทย (จบ)

บริบทแห่งการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก : นัยต่อเศรษฐกิจไทย (จบ)

28 กุมภาพันธ์ 2557

ในบทความก่อนหน้านี้ ผมได้กล่าวถึงสถานะของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับศักยภาพการผลิตอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นเราจะเป็นลักษณะของประเทศที่ติดอยู่ในกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง (Middle income trap) ครับ

ในบทความก่อนหน้านี้ ผมได้กล่าวถึงสถานะของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับศักยภาพการผลิตอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นเราจะเป็นลักษณะของประเทศที่ติดอยู่ในกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง (Middle income trap) ครับ

ในบทความครั้งนี้ ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ผมจะขอพูดถึงว่าก้าวไปข้างหน้าประเทศไทย เราควรปรับเปลี่ยนอย่างไร การยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่มีหลายคนพูดถึงมานาน

ที่ผ่านมาเราได้แต่ย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนประเทศไทย แต่ก็ยังไม่เห็นการปรับเปลี่ยนที่ชัดเจนและจริงจัง ขณะที่เวลาก็เดินไปเรื่อยๆ จนประเทศที่เคยด้อยกว่าเริ่มตีตื้นขึ้นมา ประเทศที่เคยทัดเทียมกับเราก็เริ่มแซงหน้าไป

ปรากฏการณ์ดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากการอยู่กับทัศนคติแบบเดิมๆ ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน เดิมเราสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยใช้แรงงานเป็นหลัก และเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน

แต่จะเห็นได้ว่าปัจจุบันไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และกำลังแรงงานก็มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ไทยยังคงติดกับการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการผลิต โดยไม่ได้ “ตระหนัก เข้าถึง ซึมซับ และต่อยอด” เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อให้สามารถเกาะกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลกได้

ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจท่ามกลางแนวโน้มใหญ่ของโลก ไทยจะต้องเปลี่ยนทัศนคติที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งผมยอมรับว่าทัศนคติเป็นสิ่งที่เปลี่ยนยากแต่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยน เพื่อลงมือปฏิบัติให้สัมฤทธิผล ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่อยากกล่าวถึงมี 3 ด้าน

ปัจจัยแรก คือ การเลิกแข่งขันที่ราคาและปริมาณ แต่ต้องแข่งด้วยคุณภาพของสินค้าและบริการ การที่จะผลิตของที่มีคุณภาพได้จำเป็นต้องมีปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะแรงงานต้องมีทักษะเพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการตามการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีของโลก การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่สามารถพึ่งพาภาคการผลิตที่ใช้แรงงานราคาถูกเป็นปัจจัยการผลิตหลักอีกต่อไปแล้ว

การที่เศรษฐกิจไทยจะแสวงหาประโยชน์จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลก โดยมีแนวทาง “เอกชนแนะนำ รัฐบาลช่วย” ภาคเอกชนต้องเสนอต่อภาครัฐถึงทักษะแรงงานที่ต้องการ รวมถึงเสนอความร่วมมือด้านการวิจัยและเทคโนโลยี

ยกตัวอย่างประเทศอินเดียที่ประสบความสำเร็จจากความร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ สามารถผลักดันให้เกิดศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศภายใต้ชื่อซิลิคอนวัลเลย์ของเอเชีย ซึ่งเป็นตัวอย่างของการผลิตเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูง ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากภาคเอกชนเห็นช่องทางในการยกระดับศักยภาพการผลิต โดยมีแรงงานที่มีทักษะในประเทศทั้งความสามารถทางภาษาอังกฤษและความสามารถทางเทคโนโลยีเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลอินเดียอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการโดยพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบสื่อสารโทรคมนาคม ความสำเร็จดังกล่าวได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับอินเดียเป็นอย่างมาก เป็นบทพิสูจน์ว่าอินเดียสามารถเกาะไปกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกได้

ปัจจัยที่สอง คือ การยอมรับการแข่งขันที่มากขึ้น ภาคเอกชนต้องไม่กลัวที่จะแข่งขัน เพราะการแข่งขันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการสร้างนวัตกรรมใหม่ทดแทนเทคโนโลยีเดิมเพื่อยกระดับผลิตภาพโดยรวมของประเทศ ในด้านนี้ภาครัฐควรสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการแข่งขันทางธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม ด้วยการปรับเปลี่ยนกฎและกติกาของรัฐให้มีการแข่งขันเสรีจากภายในและภายนอกได้มากขึ้น การไม่ยอมรับการแข่งขันเป็นบทเรียนสำคัญที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา ที่เดิมเคยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภาคการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า จึงมีนโยบายโอบอุ้มภาคการผลิตภายในประเทศ แต่นโยบายดังกล่าวไม่เอื้อต่อการแข่งขัน ทำให้ธุรกิจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ท้ายที่สุด กลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ถูกประเทศอื่นที่เน้นนโยบายส่งเสริมให้มีการแข่งขัน เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ แซงหน้าไป

ปัจจัยที่ 3 สุดท้าย คือ การลดนโยบายต่างๆ ที่บิดเบือนกลไกตลาดในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้นในสังคม กัดกร่อนแรงจูงใจในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเกิดความสูญเปล่าในการใช้ทรัพยากรของประเทศ ท้ายที่สุดแล้วหากเปรียบสถานการณ์ในปัจจุบันที่เรือสำเภาไทยกำลังแล่นออกสู่มหาสมุทร ทุกคนในเรือทราบดีว่าพายุลมแรงกำลังซัดผ่านมา ถ้าทุกคนไม่ปรับตัวและเตรียมรับมือ ซึ่งเปรียบเสมือนการเลือกเสาใบเรือและปรับทิศทางให้ถูกต้องเหมาะสม พายุลมแรงที่มาพร้อมกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก ก็อาจปะทะเรือสำเภาของเราจนไม่อาจแล่นไปข้างหน้า หรือถึงกับล่มได้ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท