
พท.เล่นแง่รั้งปูเจรจาสุเทพหวั่นตกหลุมพรางเวทีดีเบต
ข้อเสนอจากหลายฝ่ายให้เปิดการเจรจาคลี่คลายวิกฤตการเมืองได้รับการตอบรับจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยส่งสัญญาณไปถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เจรจาอย่างเปิดเผย แต่พรรคเพื่อไทยสร้างเงื่อนไขต่อการเจรจาครั้งนี้
ข้อเสนอจากหลายฝ่ายให้เปิดการเจรจาคลี่คลายวิกฤตการเมืองได้รับการตอบรับจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยส่งสัญญาณไปถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เจรจาอย่างเปิดเผย แต่พรรคเพื่อไทยสร้างเงื่อนไขต่อการเจรจาครั้งนี้
สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นายกฯ ย้ำเห็นด้วยกับการเจรจา แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ถามกลับสุเทพพร้อมคุยภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและยุติการชุมนุม เพื่อเปิดทางให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อหรือไม่
โดยหลักของการพูดคุยแล้ว แม้ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่จำเป็นต้องมีกรอบในการเจรจาในระดับหนึ่งและมีเป้าหมายที่ตรงกันก่อน เพื่อให้การเจรจาสามารถเดินไปได้ หากสองฝ่ายยังเป็นเส้นขนานก็จะไม่สามารถหาจุดที่บรรจบกันได้ และหากเป็นการพูดคุยนอกกรอบรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ก็ควรจะมีผู้รู้หรือนักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมเสนอมุมมองในการแก้ปัญหา
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การเจรจาออกทีวีไม่ใช่การเจรจาแต่เป็นการโต้วาที เพราะถ้าสุเทพมีความจริงใจในการเจรจาควรจะมาพูดคุยกันก่อนนอกรอบว่ามีเงื่อนไข ต้องการอะไร
“หากสุเทพต้องการดีเบตหรือโต้วาทีควรจะไปท้า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่ รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) หรือ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ดีกว่า เพราะถ้าโต้วาทียิ่งลักษณ์ไม่สามารถสู้สุเทพได้ เนื่องจากสุเทพพูดน้ำไหลไฟดับ และหากจะโต้วาทีจริง ผมเห็นว่าควรจะเป็นลักษณะถ่ายทอดโทรทัศน์ในลักษณะโฟนอินเข้าไป ถ้าเป็นการเผชิญหน้ากลัวสุเทพจะไปท้าต่อยผู้ร่วมดีเบต” สุรพงษ์ กล่าว
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าน่าจะมีนัยทางการเมือง เพราะการให้มีการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่องเหมือนต้องการดีเบตหรือแสดงวาทกรรม เพื่อมุ่งโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์มากกว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขทางการเมือง
“หากจะมีการเจรจาจริงต้องเป็นการพูดคุยในลักษณะที่เป็นความลับ จากนั้นค่อยออกมาแถลงข่าวเพราะการคุยครั้งเดียวไม่มีทางสำเร็จและในอดีตที่ผ่านมาการเจรจาออกสื่อเพื่อหาข้อยุติต่างๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะต่างคนต่างมีมวลชน มีการแสดงจุดยืนของตัวเอง จึงอยากให้สุเทพทบทวนเรื่องนี้” พร้อมพงศ์ กล่าว
18.50 น. สุเทพปราศรัยเวทีแยกปทุมวันย้ำถึงแนวทางเจรจาว่า เมื่อยิ่งลักษณ์ออกมาพูดเพื่อเห็นแก่ประเทศขอให้เจรจาก็เลยมาปรึกษากับมวลมหาประชาชนที่เวทีสีลมและแห่งนี้เห็นด้วยหรือไม่ เมื่อเห็นด้วยก็จะไปเจรจากันสักหน่อย โดยมีเงื่อนไขให้สถานีโทรทัศน์ถ่ายทุกช่องถ่ายทอดสดให้คนทั้งประเทศรู้พร้อมกันว่าเจรจาเรื่องอะไร อย่างไรก็ตาม เมื่อเสนอเงื่อนไขไปปรากฏว่ายิ่งลักษณ์ตอบกลับให้ยุติการชุมนุม ให้การเลือกตั้งดำเนินต่อไปและมีคนมาช่วยนายกฯ เจรจาด้วย
“การที่ยิ่งลักษณ์ตั้งเงื่อนไขให้เลิกการชุมนุมก่อนเจรจานั้น ขอบอกว่าที่ชุมนุมมาสามสี่เดือนทำไม เป็นการซื้อเวลาของยิ่งลักษณ์ ซึ่งไม่มีฟลุกอีกแล้วมีแต่เจ๊ง” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวว่า การเจรจากับคนพวกนี้มีข้อต่อรองมาก ซึ่งถ้าเสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการนิรโทษกรรม ก็จะไม่ยอมแน่ หรือแม้แต่ขอคืนทรัพย์สินที่ศาลตัดสินใจไปแล้วก็ไม่ยอมแน่นอน
“แต่ถ้ายิ่งลักษณ์บอกยินดีลาออก ตั้งคนใหม่ที่เป็นคนกลาง ผมก็จะตอบตกลงใช้เวลาไม่กี่นาทีจบเลย ผมฝากสื่อมวลชนไปถึงยิ่งลักษณ์ไปคิดมาว่าเจรจาหรือไม่เจรจา อย่ามาเที่ยวออดอ้อนว่าสุเทพต้องเจรจาขอให้เปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ถ้าเอาลูกทีมมาด้วยผมยิ่งไม่เจรจา ถ้ายิ่งลักษณ์ไม่มั่นใจให้ไปถามทักษิณก่อนก็ได้ว่ามีกี่ข้อ แล้วผมจะตอบให้” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวอีกว่า ถ้ายิ่งลักษณ์ไม่อยากเจรจาจะสู้ต่อไปก็เชิญเลย อยากดูการต่อสู้ถึงนาทีสุดท้ายวันที่ยิ่งลักษณ์เก็บกระเป๋าวิ่งขึ้นเครื่องบิน เมื่อพ่ายแพ้จะไม่เหลืออะไร เพราะสิ่งแรกที่เขาทำคือยึดทรัพย์ตระกูลชินวัตร







