posttoday
เศรษฐกิจไทยม.ค.ยังร่อแร่

เศรษฐกิจไทยม.ค.ยังร่อแร่

28 กุมภาพันธ์ 2557

ท่องเที่ยววูบ20%รถยนต์ขายไม่ออกพาณิชย์เผยยอดผุดธุรกิจใหม่ลด35%

ท่องเที่ยววูบ20%รถยนต์ขายไม่ออกพาณิชย์เผยยอดผุดธุรกิจใหม่ลด35%

คลังแจงเศรษฐกิจเดือน ม.ค. ยังชะลอตัวต่อเนื่อง จากผลกระทบการเมือง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจเดือน ม.ค. 2557 มีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งในด้านการใช้จ่ายภายในประเทศและการผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้ากลับหดตัวเล็กน้อย แต่การส่งออกไปยังตลาดประเทศคู่ค้าหลักสามารถขยายตัวได้

ทั้งนี้ การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง สะท้อนได้จากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือน ม.ค. 2557 ขยายตัวติดลบ 55.9% ปริมาณจำหน่าย รถจักรยานยนต์หดตัวทั้งจากในส่วนภูมิภาคและในเขต กทม. โดยภาพรวมในเดือน ม.ค. 2557 ติดลบ 30.3%

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือน ม.ค. 2556 อยู่ที่61.4 และถือเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 26 เดือน นับ ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2554 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รอง ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า จำนวน นักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 25 ก.พ. ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 20% ขณะที่อัตราการนำเข้าก็ลดลง 25% โดยส่วนใหญ่เป็นหมวดสินค้าคงทน สะท้อนว่าเอกชนไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจึงชะลอการลงทุน

“ถ้าปัญหาการเมืองยาวนานกว่า 6 เดือน จีดีพีปีนี้คงโตได้ไม่เกิน 3% เพราะการเมืองจะส่งผลกระทบใน 5 ด้านหลัก คือ จำนวนนักท่องเที่ยว การเบิกจ่ายงบลงทุน ความเชื่อมั่นของเอกชน ความมั่นใจของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นของ ต่างประเทศ” นายเอกนิติ กล่าว

อย่างไรก็ดี ยังมองว่าในกรณีเลวร้ายสุดเศรษฐกิจไทยก็จะยังเติบโตเป็นบวกไม่ติดลบ เพราะโครงสร้างของจีดีพีไทยพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 73% ดังนั้น หากเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยก็ยังน่าจะประคองตัวได้ แม้ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาภาพรวมการส่งออกจะติดลบ 2% แต่การส่งออกไปสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรปยังเป็นบวก

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศเดือน ม.ค. 2557 มีจำนวน 5,317 ราย ลดลง 35% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 83% เทียบกับ ธ.ค. 2556 โดยมูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 2.96 หมื่นล้านบาท ลดลง 27% เทียบกับ ม.ค. 2556 และลดลง 12% เทียบกับ ธ.ค. 2556ทั้งนี้ ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยจำนวน 447 ราย อสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัยจำนวน 221 ราย ขายส่งเครื่องจักรจำนวน 142 ราย ให้คำปรึกษาด้านการจัดการจำนวน 138 ราย และขายส่งวัสดุก่อสร้างจำนวน 108 ราย

สำหรับสาเหตุของการจดทะเบียนจัดตั้งลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2556 ทำให้นักธุรกิจชะลอการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล โดยส่งผลชัดเจนในช่วงปลายปี 2556 รวมทั้งการจดทะเบียนธุรกิจวิทยุโทรทัศน์ที่ลดลง เนื่องจากนโยบายกำกับกิจการวิทยุโทรทัศน์ของ กสทช. ที่กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในปีที่แล้ว

ด้านสถิติการจดทะเบียนเลิกกิจการเดือน ม.ค. 2557 พบว่ามีจำนวน 1,420 ราย เพิ่มขึ้น 18% เทียบกับ ม.ค. 2556 แต่ลดลง 69% เทียบกับ ธ.ค. 2556 ส่วนการจดทะเบียนเลิกกิจการมีมูลค่า 3,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%เทียบกับ ม.ค. 2556 และลดลง 71% เทียบกับ ธ.ค. 2556

“การจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เทียบกับการจดทะเบียนเลิกอยู่ที่อัตรา 4 ต่อ 1 ถือเป็นตัวเลขปกติ ซึ่งการจดทะเบียนใน เดือน ม.ค. เริ่มกระเตื้องขึ้นมา หากเทียบกับ ธ.ค. เพราะเป็นวัฏจักรของช่วงต้นปีที่จะมีผู้ประกอบการมาจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นกว่าปลายปี” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แนวโน้มการ จดทะเบียนจัดตั้งในปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ สถานการณ์ทางการเมือง รวมทั้งมูลค่าและสถานะการส่งออกที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและการจดทะเบียนธุรกิจโดยรวม

ขณะที่ตัวเลขธุรกิจในปัจจุบัน ณ วันที่ 31 ม.ค. 2557 มีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 5.54 แสนราย มีทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 10.76 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 3.84 แสนราย บริษัทมหาชนจำกัด 1,039 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 1.69 แสนราย n

โพสต์ทูเดย์ สภาตลาดทุน ห่วงปัญหาการเมืองลากยาวถึงกลางปีฉุดเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอย มองตลาดหุ้นปีนี้ไม่หวือหวาแม้ได้รัฐบาลใหม่เพราะคงเน้นปฏิรูป

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงว่าหากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยยังยืดเยื้อกินเวลาไปจนถึงกลางปีหรือยาวนานกว่านั้น เศรษฐกิจไทยจะมีความเสี่ยงต้องเผชิญกับภาวะถดถอยหรือมีการเติบโตของจีดีพีติดลบกันสองไตรมาสติดต่อกัน เนื่องจากตัวเลขส่งออกซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่ยังทำงานได้อยู่ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาออกมาไม่ค่อยดีนัก

"จีดีพีไทยไตรมาสแรกนี้คงจะติดลบแน่นอนและถ้าย้อนไปดูไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วโดยตัดพวกสินค้าคงคลังออกจีดีพีไทยก็ติดลบไปแล้ว หากปัญหาการเมืองยังเป็นตัวฉุดอีกก็มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะถดถอยได้ " นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวว่า จากทิศทางดังกล่าวทำให้สภาธุรกิจตลาดทุนปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยในปีนี้จาก 15% ลงมาอยู่ที่ 8% โดยเชื่อว่าภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในปีนี้เชื่อว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,400-1,600 จุด ถึงแม้จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วตลาดหุ้นก็จะเคลื่อนไหวไม่หวือหวา เพราะรัฐบาลใหม่จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเป็นหลัก ไม่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในเวลานี้เริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองชัดเจนขึ้นแล้ว เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีจนถึง 25 ก.พ. ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 20% ขณะที่อัตราการนำเข้าก็ปรับตัวลดลง 25% โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนว่าเอกชนไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจึงชะลอการลงทุน

"ถ้าปัญหาการเมืองยาวนานกว่า6 เดือน จีดีพีปีนี้คงโตได้ไม่เกิน 3% เพราะการเมืองจะส่งผลกระทบใน 5 ด้านหลัก คือ จำนวนนักท่องเที่ยว การเบิกจ่ายงบลงทุน ความเชื่อมั่นของเอกชน ความั่นใจของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นของต่างประเทศ "นายเอกนิติ กล่าว

อย่างไรก็ดี ยังมองว่าในกรณีเลวร้ายสุดเศรษฐกิจไทยก็จะยังเติบโตเป็นบวกไม่ติดลบ เพราะโครงสร้างของจีดีพีไทยพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 73% ดังนั้น หากเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยก็ยังน่าจะประคองตัวได้ แม้ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาภาพรวมการส่งออกจะติดลบ 2% แต่การส่งออกไปสหรัฐ ญี่ปุ่นและยุโรปยังเป็นบวก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท