
ตั้งกองทุนชาวนา2หมื่นล.
บอร์ด ธ.ก.ส.อนุมัติ เปิด 3 บัญชีรองรับจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวนา
บอร์ด ธ.ก.ส.อนุมัติ เปิด 3 บัญชีรองรับจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวนา
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าคณะกรรมการ ธ.ก.ส.มีมติตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวนา โดยมีเป้าหมายจะได้เงินบริจาคและเงินสมทบจากผู้มีจิตศรัทธา 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุนชาวนาจะแบ่งออกเป็น 3 บัญชี คือ บัญชีเงินบริจาค เป็นการให้เงินตามศรัทธา ผู้บริจาคจะไม่ได้รับเงินต้นคืน
บัญชีที่สอง คือ บัญชีเงินสมทบแบบไม่มีผลตอบแทน กำหนดเงินขั้นต่ำ 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินสมทบ โดยผู้นำเงินสมทบจะได้เงินต้นคืนเท่านั้น ไม่ได้ผลตอบแทนใดๆ
บัญชีสุดท้าย คือ บัญชีเงินสมทบที่ได้ผลตอบแทน กำหนดเงินขั้นต่ำ 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินสมทบ ได้รับดอกเบี้ย 0.63% Tก.ธ.ก.ส.จะเปิดรับฝากตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.30 มิ.ย.นี้ ธ.ก.ส.จะออกใบสมทบกองทุนเป็นหลักฐานการรับเงิน ให้กับผู้สมทบเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานแลและคืนเงินให้ตามเงื่อนไขเมื่อสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ธ.ค. 2557
“ซึ่งเป็นวันที่สิ้นสุดโครงการ โดยเงินที่จะมาจ่ายจะมาจากเงินระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์และเงินจากงบประมาณแผ่นดินที่กระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหาให้ สำหรับภาระดอกเบี้ยนั้นจะหารือกับคลังและสำนักงบประมาณอีกครั้งเพื่อจัดสรรงบประมาณให้ ซึ่งถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต้นทุนที่ต่ำกว่าที่การกู้ผ่านตลาดเงินที่ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตรา4 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เมื่อสิ้นสุดโครงการและมีการชำระบัญชีตามโครงการเสร็จสิ้น แต่หากมีเงินเหลือกองทุนจะนำเงินทั้งหมดไปบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรต่อไป
ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส.จะออกหลักฐานการรับเงินเรียกว่า ใบสมทบกองทุนให้กับผู้สมทบเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับเงินคืนตามเงื่อนไขเมื่อสิ้นสุดโครงการ ส่วนชาวนาที่ได้รับเงินจะต้องเอาใบ
โดยสงวนสิทธิ์คืนเงินสมทบก่อนกำหนด และเมื่อมีผู้บริจาคเงินถึง 1,000 ล้านบาทแรก ธนาคารจะกระจายเงินไปยังสาขาจ่ายเงินให้กับชาวนาทันที โดยเรียงตามลำดับที่ขึ้นทะเบียนใบประทวน” นายลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้กองทุนชาวนา จะแบ่งออกเป็น 3 บัญชี ได้แก่ 1. บัญชีเงินบริจาค ผู้บริจาคจะไม่ได้รับเงินต้นคืน 2. บัญชีเงินสมทบเงิน “กองทุนช่วยเหลือชาวนา (แบบไม่มีผลตอบแทน)” โดยไม่จำกัดจำนวนเงินที่สมทบ แต่ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1,000 บาท และ 3. บัญชีงินสมทบ “กองทุนช่วยเหลือชาวนา (แบบมีผลตอบแทน)” ไม่จำกัดจำนวน แต่สมทบไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ได้รับผลตอบแทน 0.63% ซึ่ง
บัญชีที่2 ผู้จ่ายเงินสมทบจะได้รับเงินต้นคืน และ3 ผู้จ่ายเงินสมทบจะได้รับเงินต้นคืน พร้อมผลตอบแทนดอกเบี้ย เปิดรับฝากตั้งแต่ 3 มี.ค. 30 มิ.ย.57 และจะได้รับเงินต้นคืนภายในวันที่ 31 ธ.ค.57 ซึ่งเป็นวันที่สิ้นสุดโครงการ โดยเงินที่จะมาจ่ายเงินจะมาจากเงินระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ และเงินจากงบประมาณแผ่นดินที่กระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหาให้ โดยกองทุนสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน
สมทบก่อนครบกำหนด ตั้งเป้าหมายมีผู้บริจาคและสมทบเงิน 2 หมื่นล้านบาท และเมื่อมีผู้บริจาคและสมทบ 1,000 ล้านบาทแรก ธนาคารจะกระจายไปยังสาขา เพื่อจ่ายเงินให้ชาวนาทันที
ทงน นอกจากนี้ ธ.ก.ส.จะบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนา 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะโอนเข้าบัญชีกองทุนที่ 1 ที่เป็นเงินบริจาควงเงิน 10 ล้านบาท และส่วนที่ 2 มาจากมติของคณะกรรมการที่สมทบเงินในกองทุนที่ 2 วงเงิน 100 ล้านบาท
ซึ่งถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต้นทุนที่ต่ำกว่าที่การกู้ผ่านตลาดเงินที่ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตรา4 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เมื่อสิ้นสุดโครงการและมีการชำระบัญชีตามโครงการเสร็จสิ้น แต่หากมีเงินเหลือกองทุนจะนำเงินทั้งหมดไปบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรต่อไป
ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส.จะออกหลักฐานการรับเงินเรียกว่า ใบสมทบกองทุนให้กับผู้สมทบเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับเงินคืนตามเงื่อนไขเมื่อสิ้นสุดโครงการ ส่วนชาวนาที่ได้รับเงินจะต้องเอาใบ
ายลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับกองทุนนี้จะมีคณะกรรมการบริหารกองทุน 7 คน มีผู้จัดการ ธ.ก.ส.เป็นประธาน แยกบัญชีออกจากบัญชีปกติของธนาคาร และราย งานสถานะกองทุนให้สาธารณชนได้รับทราบโดย ธ.ก.ส.จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการทั้งหมด
สำหรับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ธ.ก.ส.ได้ยืดเวลาการชำระหนี้เดิมที่ชาวนามีอยู่กับไปอีก 6 เดือน และสนับสนุนเงินกู้เพื่อนำไปลงทุนทำการผลิตในฤดูกาลใหม่ หรือค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่
จำเป็น ในอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี หรือ 0.583% ต่อเดือน เพื่อลดปัญหาการไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับพี่น้องเกษตรกร
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 56/57 ณ วันที่ 27 ก.พ.557 ธ.ก.ส. ได้ทยอยจ่ายเงินดังกล่าวให้เกษตรกรไปแล้ว 6.75 หมื่นล้านบาท คิดเป็นปริมาณข้าวเปลือกจำนวน 4.17 ล้านตัน เกษตรกร 5.46 แสนราย คงเหลือเงินที่ต้องจ่ายประมาณ 1.12 แสนล้านบาท ปริมาณข้าวประมาณ 6.7 ล้านตัน เกษตรกรประมาณ 9 แสนราย







