
ดัชนีเดือด!จากปืนพกสู่อาวุธสงคราม
ความรุนแรงจะยังไม่จบเอาง่ายๆ เพราะมือมืดพร้อมจะใช้อาวุธหนักโจมตีกลุ่มเห็นต่าง หรือฝั่งตรงข้าม อย่างไม่เลือกเวลา ไม่เลือกเหยื่อ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
รุนแรง และอันตรายต่อเนื่อง ห้วงเวลาแห่งการชุมนุมเพื่อโค่นระบอบทักษิณ และขับไล่รัฐบาลรักษาการของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำพาไปสู่ภาวะคับขัน เมื่อการต่อสู้ทั้งหลายทั้งปวงของกลุ่มกปปส. ทุกวันนี้ อาจต้องแลกด้วยชีวิต
การใช้อาวุธต่างๆ เพิ่มระดับความเข้มข้น หนักหน่วง และใช้ "ของหนัก" เข้ามาเล่นกันมากขึ้น จากปืนพก ก้าวไปสู่อาวุธสงคราม จนมีคนตายไปแล้ว 20 ศพ
ไล่เรียงลำดับของอาวุธความรุนแรง จะเห็นได้ว่ามีการยกระดับการใช้อาวุธของผู้ไม่หวังดีเพื่อเป้าประสงค์ทางการเมือง เริ่มจาก เหตุความรุนแรงที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2556 เป็นครั้งที่คนเสื้อแดงมาชุมนุมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เกิดปะทะกับนักศึกษาม.รามคำแหงที่ไม่เห็นด้วย คืนนั้นเอง อาวุธปืนพกสั้นถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก ทั้งขนาด .38 หรือ .22 ระดมเข้ามาใช้งาน เสียงปืนพกสั้นก็ดังสนั่นหวั่นไหวเกือบทั้งคืน ส่งผลให้นักศึกษาม.รามคำแหง และกลุ่มคนเสื้อแดงต้องเสียชีวิตไปฝั่งละศพ
จากนั้นเป็นต้นมา ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ ควบคู่กับปืนพกสั้น ก็ถูกนำมาใช้งานลอบยิงกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ถูกกระทำก็รับกันไปทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ และกลุ่มผู้ชุมนุมเอง
คล้อยหลังไปราว 1 เดือนเศษ วันที่ 26 ธ.ค. กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยกพลบุกสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ย่านดินแดง คัดค้านไม่ให้มีการจับฉลากเลือกเบอร์ผู้สมัครสส.
วันเดือดครั้งนั้น มีเสียงกระสุนปืนดังต่อเนื่องเช่นกัน ส่งผลให้ตำรวจและฝ่ายผู้ชุมนุมก็ต้องจบชีวิตไปฝั่งละคน ความหนักหน่วงจากกระสุนยางผ่านปากกระบอกปืนลูกซองจากฝั่งตำรวจพร้อมเสียงปืนที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ ที่มาจากฝั่งของมวลเช่นกัน
จากเหตุการณ์นั้นมากลางดึกวันที่ 28 ธ.ค. "ของหนัก" ก็มาถึงทันที เมื่อคนร้ายใช้าอาวุธปืนสงครามอย่าง "เอ็ม 16" ก็ถูกยิงออกมานัดแรก คนร้ายซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร กลุ่มไหน กราดยิงใส่พื้นที่ชุมนุมของคปท. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำให้การ์ดดูแลความปลอดภัยต้องสังเวยชีวิต
เมื่อของหนักอย่างปืนเอ็ม 16 มาถึง ระเบิดสังหารรุนแรงอย่างระเบิดเอ็ม 79 ก็นำมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทำงานบ้าง ไม่แตกบ้าง ตามแต่สถานการณ์ ควบคู่ไปกับระเบิดชนิด RGD-5 ของประเทศรัสเซีย ถูกปาเข้าใส่กลุ่มกปปส.ที่ถนนบรรทัดทองจนทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิ และที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
แต่ที่ขาดไม่ได้กับเหตุการณ์ "หลักสี่" ที่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองกำลังป๊อปคอร์น และกลุ่มคนเสื้อแดงที่นำมาโดยโกตี๋ โกลาหลยกใหญ่จนมีผู้บาดเจ็บ 6 คน ครั้งนี้เอง อาวุธปืนสงครามอีกชนิดถูกนำมาใช้งานเมื่อนักรบป็อบคอร์น หยิบอาวุธปืนที่คาดว่าน่าจะเป็นปืนทราโว่ เข้ามาใช้กลยุทธ์วิธีเข้าปะทะตามแบบฉบับเหมือนกับถูกฝึกมาอย่างชัดแจ้ง
ตามติดมาด้วยวันมหาวิปโยค 18 ก.พ.ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตำรวจเข้ากระชับขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ต้องถอยร่นออกไปไม่เป็นขบวน เพราะถูกกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย ระดมยิงใส่ฝั่งตำรวจทั้งอาวุธปืนเอ็ม16 รวมถึงหน่วยสไนเปอร์ ก็ปรากฎตัวครั้งแรก ตามมาด้วยระเบิดสังหารชนิดขว้างอย่างเอ็ม 67 และไม่ลืมที่จะมีระเบิดเอ็ม 79 มาสร้างความรุนแรงด้วย
ฝั่งตำรวจก็ไม่น้อยหน้าจากเหตุการณ์นี้ เมื่อมีภาพปรากฎชัดว่าตำรวจเอง ก็มีปืนเอ็ม 16 ใช้งานไว้ตอบโต้กับกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเช่นกัน ดุเดือดเลือดพร่านจนมีคนตายไปถึง 4 ศพ บาดเจ็บอีก 66 คน
จากนั้นเป็นต้นมา ความรุนแรงที่มุ่งหมายเอาเลือดเนื้อก็มีมาอย่างต่อเนื่อง ระเบิดเอ็ม 79 ถูกนำมาใช้งานบ่อยครั้ง กลุ่มกปปส.ตกเป็นเป้าของความรุนแรง ล่าสุดที่เวทีกปปส.เขาสมิง จ.ตราด และที่บริเวณหน้าหน้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ ใกล้เวทีชุมนุมกปปส.แยกราชประสงค์ ทั้งสองแห่งตกเป็นเป้าของระเบิดสงครามเอ็ม 79 จนทำให้เด็ก 3 คนที่ไม่รู้เรื่องต้องมาสังเวยชีวิต
และดูเหมือนความรุนแรงจะยังไม่จบเอาง่ายๆ เพราะมือมืดพร้อมจะใช้อาวุธหนักโจมตีกลุ่มเห็นต่าง หรือฝั่งตรงข้าม อย่างไม่เลือกเวลา ไม่เลือกเหยื่อ ทำให้ดูเหมือนการชุมนุมอาจจะไม่ปลอดภัย
ยิ่งรายงานจากศูนย์ข้อมูลติดตามสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ออกมาเผยถึงระดับความเสี่ยงในทุกพื้นที่ชุมนุมของกปปส.อยู่ที่ระดับ 1.79 จากระดับเต็มที่ 3.00 ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุดในขั้นวิกฤต
ที่เวทีกปปส.ราชประสงค์ ความเสี่ยงระดับสูง ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอยู่ที่ระดับ 2.21 ไม่ต่างจากเวทีคปท. บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ที่ประเมินความเสียงอยู่ที่ระดับ 2.00 ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ขณะนี้ความรุนแรงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ หากวัดจากอานุภาพความร้ายแรงของอาวุธปืน ที่ถูกนำมาใช้ในความรุนแรงแต่ละครั้ง แนวโน้มอาจนำไปสู่ความรุนแรงในรูปแบบของสงครามมากขึ้น และยังไม่รู้ว่าในอนาคต คนไทยคนไหนจะมาเป็นเหยื่ออีกต่อไป







