
เตือนงดทำนาปรังรอบ2หลังน้ำในเขื่อนลดต่อเนื่อง
กฟผ.ระบุ 2 เขื่อนใหญ่ภาคเหนือปริมาณน้ำลดต่อเนื่อง วอนงดทำนาปรังครั้งที่ 2 เร่งผันน้ำแก้น้ำเค็มรุกล้ำ
กฟผ.ระบุ 2 เขื่อนใหญ่ภาคเหนือปริมาณน้ำลดต่อเนื่อง วอนงดทำนาปรังครั้งที่ 2 เร่งผันน้ำแก้น้ำเค็มรุกล้ำ
นายณัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. ว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 2 เขื่อนใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการระบายน้ำตามแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้วกว่า 3,000 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบัน เหลือปริมาณน้ำใช้งานได้รวมกันเพียง 4,417 ล้าน ลบ.ม. หรือ 27% ของความจุใช้งานได้ และต้องระบายน้ำตามแผนช่วงฤดูแล้งในระยะเวลา 2 เดือนข้างหน้าอีกประมาณ 1,250 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าจะเหลือปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน สำหรับการอุปโภค-บริโภค และผลักดันน้ำเค็มราว 3,200 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ที่ กฟผ. ดูแล ยังมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเพียงพอที่จะระบายให้กับพื้นที่เพาะปลูกได้ตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ โดยอ่างเก็บน้ำภาคตะวันตก (เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ) ปริมาณน้ำใช้งานได้ 7,250 ล้าน ลบ.ม. หรือ 54% ของความจุใช้งานได้ อ่างเก็บน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนสิรินธร เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนห้วยกุ่ม เขื่อนน้ำพุง) มีปริมาณน้ำใช้งานได้ 1,337 ล้าน ลบ.ม. หรือ 41% ของความจุใช้งานได้ และอ่างเก็บน้ำภาคใต้ (เขื่อนรัชชประภา และเขื่อนบางลาง) มีปริมาณน้ำใช้งานได้ 3,986 ล้าน ลบ.ม. หรือ 73% ของความจุใช้งานได้
นายณัฐจพนธ์ กล่าวต่อไปว่า จากปัญหาความเค็มรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาในปีนี้เร็วกว่าปกติ จนค่าความเค็มที่วัดได้มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการสูบน้ำดิบของการประปานครหลวงนั้น กรมชลประทานได้แก้ไขปัญหาด้วยการระบายน้ำเพิ่มจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ และปรับเพิ่มปริมาณน้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็นระยะๆ ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเจือจางน้ำเค็มให้ได้มากที่สุด พร้อมกับผันน้ำส่วนหนึ่งจากแม่น้ำแม่กลองมายังแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำไหลลงไปเจือจางน้ำเค็ม ซึ่งปัจจุบันค่าความเค็มบริเวณสถานีสูบน้ำสำแล ของการประปานครหลวง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่สามารถผลิตน้ำประปาได้
ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถจัดสรรน้ำที่มีอยู่จำกัดนี้ให้เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรมในระยะต่อไปโดยไม่ขาดแคลน กรมชลประทานจึงมีมาตรการให้เกษตรกรพักการเพาะปลูกและงดการทำนาปรังครั้งที่ 2 หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังครั้งที่ 1 ประมาณเดือนมีนาคมนี้ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเคร่งครัด ส่วน กฟผ. จะพยายามดูแลการระบายน้ำจากทั้งสองเขื่อนให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างทั่วถึง และจะร่วมกับกรมชลประทานผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมายังแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ







