
แง้มห้องประชุม ครม. ดัดหลังแดงไม่รับไม่ยุบสภา
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการประชุม หลังกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมเมื่อวันที่ 12 มี.ค. โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยเรื่องหลักอยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง
ในที่ประชุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ศอฉ. ได้นำเอกสาร ศอฉ. จำนวน 2 หน้า สรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยรายงานตัวเลขจำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมว่าในช่วงกลางวันจะมีประมาณ 6,0007,000 คน ส่วนช่วงกลางคืนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.3 หมื่นคน ซึ่งม็อบ นปช. ยังไม่มีท่าทีที่จะเคลื่อนไหว แต่จะเน้นเคลื่อนไหวการร้องเรียนต่อองค์กรระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายเมื่อเสร็จสิ้นการพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมแล้ว นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกเรื่องการดำเนินการตามแผนการปรองดอง หรือโรดแมป 5 ข้อ และการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง มาหารือกับ ครม. โดยนายกฯ ได้สอบถาม ครม. ให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยุติการชุมนุมแล้วจะทำอย่างไรต่อไป การยุบสภาจะยังคงมีต่อไปหรือไม่ จากนั้นได้เก็บเอกสารคืน
ทั้งนี้ บรรดารัฐมนตรีส่วนใหญ่ได้แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมเข้าร่วมกระบวนการปรองดอง รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องทำตามข้อเสนอ การยุบสภาก็ถือว่าเลิกแล้วต่อกันไป อาทิ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
โดยนายไตรรงค์ บอกว่า ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมตอบรับทำตามข้อเสนอในโรดแมป ทางรัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องไปทำตามโรดแมปที่เสนอเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องไปยุบสภาและกำหนดเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย.
ขณะที่นายชุมพลให้ความเห็นว่า ขณะนี้ต้องเร่งแก้ไขปัญหา มีสิ่งที่ต้องทำ 2 อย่างคือ 1.รัฐบาลทำเพื่ออยากจะออกจากเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ และ 2.การแก้ปัญหาในระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องของวันข้างหน้า จะมีการดำเนินคดีอย่างไรก็ว่ากันไป แต่วันนี้อยากออกจากเหตุการณ์ก่อน
ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าฝ่ายผู้ชุมนุมไม่พูดให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรอย่างไรให้ชัดเจน รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องไปบอกว่าจะทำอะไรที่ชัดเจนออกไป ถ้านายกฯ ไม่แสดงความชัดเจน ทางฝ่ายโน้นก็ปวดหัวกันไปเอง ขอให้ ครม.รับทราบกันไว้ เพื่อจะได้ตอบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ ในตอนหนึ่งนายสุเทพยังได้กล่าวติดตลกกับ ครม.ด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าผมเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมาแล้ว แต่ผมไม่ได้ซัดทอดใครนะ
” ทำให้ ครม.ต่างส่งเสียงหัวเราะไปตามๆ กันขณะที่ นายกฯ กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า ข้อเสนอตามแผนการปรองดองเราก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้าม็อบยังไม่ยุติการชุมนุมก็จะต้องมีมาตรการหลายอย่างที่ต้องทำกันต่อไป โดยทำเป็นแผนระยะสั้น แบบชั่วคราว
“
อาจจะต้องรบกวนให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรบกวนให้ช่วยกันไปชี้แจงกับประชาชนในบริเวณพื้นที่การชุมนุมและใกล้เคียง โดยขอความร่วมมือว่าอาจต้องเดือดร้อนกันมากขึ้นเป็นการชั่วคราว เพราะอาจจะต้องมีการตัดน้ำ ตัดไฟ หรือต้องอพยพคนในบริเวณนั้นออกมา และใกล้ที่จะเปิดเทอมแล้ว” แหล่งข่าวอ้างคำพูดนายกรัฐมนตรีนอกจากนี้ ในที่ประชุม ครม.วันเดียวกัน ทาง ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณวี รมว.ไอซีที ยังได้เสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติงบประมาณจากงบกลาง จำนวน 530 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการดูแลควบคุมเว็บไซต์ต่างๆ ที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคง และหมิ่นสถาบันเบื้องสูง
อย่างไรก็ตาม ทางนายพีระพันธุ์ ได้แสดงความเห็นสวนขึ้นมาทันทีว่า ความจริงแล้วโครงการดังกล่าวทางกระทรวงยุติธรรมเองก็มีแนวคิดที่จะดำเนินการเหมือนกัน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี และเห็นด้วย แต่ไม่อยากให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาหลายชุดแบบต่างคนต่างทำ แต่ควรให้มีการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงไอซีที กระทรวงยุติธรรม และสำนักนายกรัฐมนตรี จึงขอสรุปว่าให้ ครม.อนุมัติหลักการในกรอบงบประมาณตามที่เสนอไว้ และให้นำงบประมาณไปอยู่ในความดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อจะใช้จ่ายงบประมาณก็ให้ทั้ง 3 หน่วยงานมาหารือร่วมกัน







