
ปัญหารออยู่
....ณ กาฬ เลาหวิไลย
บ้านเรามีปัญหาเชิงโครงสร้างมากมายเหลือเกิน แต่ทั้งหมดก็แก้ไขไม่ได้ เนื่องจากวนเวียนอยู่ในปัญหาการเมือง ทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายต้องหยุดชะงักลง
ไม่เพียงแต่ปัญหาหลักๆ อาทิ มลพิษมาบตาพุด ที่หยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิง และไม่รู้ว่าจะเดินหน้ากันในวันไหน แต่ยังมีปัญหาอื่นๆ สุมบานตะเกียง
ล่าสุด คือ การที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
– กฟผ. ระบุว่า สถานการณ์ความร้อน อากาศแล้ง ทำให้เกิดความกังวลถึงปัญหาการใช้ไฟฟ้าในอนาคต และปริมาณสำรองไฟฟ้าที่อาจไม่เพียงพอสาเหตุเนื่องจากปัญหาการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) อาจจะสร้างไม่เสร็จตามแผน
สัญญาณที่ไม่ดีก็คือ ในขณะนี้มีโรงไฟฟ้า 2 แห่ง เดิมจะก่อสร้างที่ จ.ฉะเชิงเทรา แต่ล่าสุดทางจังหวัดได้ส่งเรื่องมาหารือกระทรวงพลังงานว่าจะอนุมัติให้โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่ง ย้ายพื้นที่ก่อสร้างได้หรือไม่ เพราะประชาชนคัดค้าน
เพราะผลของการต่อต้านทำให้จังหวัดสั่งระงับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไปแล้ว การก่อสร้างต้องหยุดชะงัก ซึ่งอาจทำให้สำรองไฟฟ้าลดลงอย่างมากจนถึงปี 2557
ขณะเดียวกันโครงการโรงไฟฟ้าวังน้อย 4 และจะนะ 2 อยู่ในแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าระยะยาว สร้างเสร็จปี 2557 แต่ที่น่ากังวลคือการที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมเรื่องอีไอเอ และสุขอนามัย (เอชไอเอ) ที่อาจส่งผลกระทบให้โรงไฟฟ้าก่อสร้างได้ล่าช้า
อย่าลืม ความชัดเจนในเรื่องผลกระทบด้านสุขอนามัยก็ยังไม่ออกมา อันเป็นผลกระทบงูกินหางมาจากปัญหามลพิษมาบตาพุดนั่นเอง
สถานการณ์ของประเทศที่เป็นอยู่ จึงมีความเสี่ยงรออยู่ในอนาคตมากมาย
ทั้งหมดคงไปร้องแรกแหกกระเชอที่ไหนคงไม่ได้ เพราะลำพังปัญหาศึกแดง ก็ทำเอารัฐบาลยักแย่ยักยัน เดินไม่เป็นอยู่แล้ว
ก็คงต้องทนอยู่กันไป ถ้าไฟตก ไฟดับ ไฟไม่มี ก็ช่างมัน
และนี่แหละ เป็นประเด็นที่สะท้อนให้เห็นว่า บ้านเมืองเราจะไปรอดหรือไม่ ต้องแก้ไขที่การเมือง ถ้าการเมืองแก้ไม่ได้ ก็อย่าหวังจะไปมองถึงเรื่องอื่นๆ ให้เมื่อย
จะโรดแมป เรดแมป แม้วแมป มาร์คแมป มันก็แค่การโม้ฝอยอยู่ในกระดาษ
ของจริง เมื่อไหร่จะโผล่มาแก้ไขปัญหาเสียที







