
เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย
ไม่ว่าใครจะจินตนาการไปว่า ฉากการเมืองของไทยจะจบลงอย่างไร แต่วันหนึ่งวันใด...มันก็ต้องจบ...
ไม่ว่าใครจะจินตนาการไปว่า ฉากการเมืองของไทยจะจบลงอย่างไร แต่วันหนึ่งวันใด...มันก็ต้องจบ...
จบสวย...จบไม่สวย...ก็คงต้องแล้วแต่ว่ามุมสวยของใครบ้าง เพราะสังคมถูกบังคับเลือกข้างพอดู
แต่ตอนนี้ เมืองไทยไม่สวย...ยิ่งจบช้า ยิ่งไม่สวย...วันนี้ไม่สวย เมื่อวานก็ไม่สวย...อนาคตอันใกล้นี้ ก็ยังนึกยากว่าจะจบเมื่อไหร่
ไม่ว่าจะจบอย่างไร เป้าหมายที่แท้จริง คือ เราต้องมีการปฏิรูปใหม่หลายอย่าง เพื่อมิให้วงจรความขัดแย้งย้อนกลับมาเป็นอย่างนี้อีก...นั่นเป็นประการแรก
ประการที่สอง...เราปฏิรูปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ เพราะถ้าปฏิรูปแล้ว ยังได้ผลลัพธ์อย่างเคยๆ...ถ้าอย่างนั้น เรียกว่ามีเจตนาดี ขยันคิด ขยันทำ กล้าเปลี่ยนวิธี...แต่กลับไม่ได้ผล
ส่วนว่าผลลัพธ์ที่อยากได้นั้นเป็นอย่างไร ก็คงมีหลายรูปแบบ บ้างก็นึกย้อนยุคไปสู่ความฝันครั้งอดีต แต่คงไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างนั้นแล้ว เพราะสังคมเปลี่ยนไปแล้ว การปฏิรูปจึงต้องอาศัยจินตนาการใหม่
ประการที่สาม...เราปฏิรูปเพื่อให้คนไทยก้าวสู่การอยู่ร่วมกันเองได้ดีขึ้น เพราะผู้แพ้ (ไม่ว่าฝ่ายไหน) ยังไงก็ต้องอยู่ร่วมในสังคมต่อไปอีกนับล้านคน
ที่สำคัญ...อยู่กับตัวเองเป็นมากขึ้น ไม่สับสนอลหม่าน...เดี๋ยวเฮตามทางนั้นที เฮตามทางนี้ที...แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ มีแต่ความสูญเสีย...ทั้งชีวิตและสมาธิ...
การเดินหน้าปฏิรูปทันทีในวันนี้ จึงควรต้องเกิดขึ้น...ไม่อาจรอจนการเมืองวนหาทางลงได้
ไม่อาจหวังว่าผู้ช่วงชิงชัยหยิบเก้าอี้อำนาจจะปฏิรูปอะไรให้สังคมได้...เพราะไม่ว่าใครฝ่ายไหนจะชนะหรือแพ้แค่ไหน ก็ต้องมีแผลบอบช้ำติดตัวไม่ใช่น้อย
คนในสังคมที่ตัดสินใจไม่รอแล้วมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงหันมาเข้าร่วมกันทำ “เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Reform Now Network” ย่อว่า “RNN” ตอนนี้มีกว่า 80 เครือข่าย
การปฏิรูปเป็นเรื่องที่ทำยาก...ซับซ้อน ที่สำคัญกว่านั้น เรายังไม่เคยปฏิรูปประเทศไทย...!
อย่างมากก็เคยมีประสบการณ์...ปฏิรูปการเมือง...ผลลัพธ์ที่ได้มา คือการได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 อยู่มาได้ 9 ปี ก็ถูกขยำจนหาทางออกร่วมกันไม่ทัน มีการรัฐประหาร 2549 ไปเสียก่อน แต่แล้วปัญหาก็วนกลับมากินตัวเองอีกรอบ
ปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องใหญ่กว่าปฏิรูปการเมือง ใหญ่กว่าการรื้อเรียงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรมาก
เพราะบัดนี้ประชาชนทุกระดับหลากพื้นที่ตื่นขึ้นมากเหลือเกิน มากกว่าคราวปี 25382540 เป็นไหนๆ
อีกทั้งคราวนี้แผลฉกรรจ์กว่า แตกแยกมากกว่า ซับซ้อนกว่า ใช้ความตั้งใจแน่วแน่อย่างเดียวอาจไม่พอแล้ว ต้องใช้ความรู้ประกอบหลายอย่าง ใช้ศิลปะอีกหลายแขนง ต้องกล้าถอดบทเรียนนับสิบนับร้อยเรื่องทั้งจากประวัติศาสตร์ของเราเอง และหยิบยืมถอดบทเรียนจากประสบการณ์ในสังคมอื่นๆ
ส่วนเวลาก็มีจำกัดนัก...จึงยิ่งต้องเริ่ม...และเริ่มไปบ้างแล้ว
กำหนดปฏิทินกิจกรรมตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึง พ.ค.ล่วงหน้า เช้าวันพฤหัสบดีนี้ก็จัดถอดบทเรียนปฏิรูปของต่างประเทศ วันเสาร์ที่ผ่านมาก็ว่ากันเรื่องจำนำข้าว ได้ข้อเสนอทางออกด้วยการใช้งบกลางที่รัฐบาลยังมีนับหมื่นล้าน มีการให้ความรู้ว่า ธ.ก.ส.เองมีวิธีปฏิบัติทุกช่วง ก.พ.มี.ค. ที่จะออกเยี่ยมลูกหนี้ในพื้นที่อยู่แล้ว เพื่อไปคัดหาผู้ที่ควรต้องเร่งช่วยเหลือพิเศษก่อน
อันที่จริงปัญหาชาวนาเดือดร้อนนั้น ผู้มีประสบการณ์หนี้ภาคเกษตรชี้ว่า ด้วยเงินสัก 4 หมื่นล้านบาท เอามาหมุนดีๆ จะแก้ปัญหาเงินแสนกว่าล้านบาทได้
นอกจากนี้ เวทีเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปยังมีปฏิทินขับเคลื่อนต่อเนื่องอีกทั้งเรื่องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เกษตรกรรม การแก้ความเหลื่อมล้ำ มีแผนไปจัดเวทีในต่างจังหวัดทุกภาค
เมืองไทยไม่อาจรอบรรดาท่านผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะแสดงตัวอยู่เบื้องหน้า หรือแอบๆ กันอยู่ข้างหลังได้แล้วล่ะครับ...เราเริ่มกันเองก็แล้วกัน
มาแสดงออกร่วมกันว่าเราไม่เอาความรุนแรง เราเห็นควรให้มีการเจรจา ที่เอาประเทศเป็นโจทย์ ไม่ใช่ประโยชน์ของฝักฝ่ายเป็นที่ตั้ง...และเรามา...เชื่อมโยง...แบ่งปัน...และเปลี่ยนแปลง...ประเทศไทย ด้วยมือของเรากันเองเถอะครับ







