
หวังพึ่งยูเอ็นตัวกลางเจรจา
ความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการเจรจาคลี่คลายความร้อนแรงทางการเมืองนั้น ล่าสุด วานนี้ (27ก.พ.) สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ประกาศจะเชิญเลขาธิการยูเอ็นมาเป็นตัวกลางเจรจา
ความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการเจรจาคลี่คลายความร้อนแรงทางการเมืองนั้น ล่าสุด วานนี้ (27ก.พ.) สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ประกาศจะเชิญเลขาธิการยูเอ็นมาเป็นตัวกลางเจรจา
สุรพงษ์ บอกว่า เตรียมจะเชิญ บันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มาให้คำแนะนำเนื่องจากมีประสบการณ์ในการพูดคุยหาทางออก และแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในโลก แต่การที่ฝ่ายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ไม่เจรจาเพราะไม่ยอมรับคนกลาง
“ดังนั้น คนกลางที่อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตที่เหมาะสมที่สุดคือ ยูเอ็น เพราะเขาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยทุกอย่าง หากพรรคประชาธิปัตย์กลัวว่าการเลือกตั้งจะไม่ยุติธรรม ยูเอ็นเองก็มีองค์กรที่จะมาดูแลให้การเลือกตั้งเกิดความยุติธรรม อยู่ที่เราจะใช้เขาให้เป็นประโยชน์หรือไม่เท่านั้น คิดว่าวันนี้คนไทยต้องเปิดใจให้กว้าง อย่าคิดว่าจะนำมาแทรกแซง หากประเทศไทยเกิดสงครามการเมืองขึ้นมา ยูเอ็นเองต้องเข้ามาอยู่ดี เพื่อมาหาทางแก้ไขและสร้างความปรองดอง” สุรพงษ์ กล่าว
ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่อยากให้เกิดการเจรจา เพราะอยากเห็นบ้านเมืองแก้ปัญหาด้วยความสงบ ไม่อยากเห็นบ้านเรามีความแตกแยกไปเรื่อยๆ และนำไปสู่ความรุนแรงและความสูญเสีย เพราะเจ็บปวดมามากแล้ว
“ถ้า สุเทพ เห็นแก่ประเทศก็มาพูดจากันเถอะ ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธการพูดคุย แต่การพูดคุยนั้นต้องประกอบไปด้วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะได้หันหน้าเข้าหากัน และสุดท้ายจะมีผลอย่างไรประชาชนต้องมีส่วนรับทราบถึงข้อตัดสินใจร่วมกัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะได้หลีกเลี่ยงความรุนแรง และนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างสันติ”ยิ่งลักษณ์ ระบุ
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า หลายประเทศมีความรุนแรง แต่สุดท้ายได้ใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยความสงบ จึงอยากเห็นประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่แก้ปัญหาด้วยความสงบ
“เราเห็นภาพในหลายประเทศเกิดขึ้นแล้วว่ามีความรุนแรง มีความสูญเสียผู้คนไปเยอะ จึงไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นกับประเทศไทย จึงอยากขอร้อง วิงวอนทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันดีกว่า เราไม่อยากให้ประเทศเราเจ็บปวดไปมากกว่านี้” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ยิ่งลักษณ์ ยังได้ชี้แจงถึงเสียงวิจารณ์ว่า ไม่สนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ แต่กลับมาลงพื้นที่เพื่อมาตรวจราชการต่างจังหวัดว่า ไม่จริง สนใจอยู่เสมอ และที่มาลงพื้นที่ก็เพราะไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ ถ้าทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็จะกลายเป็นการมาเผชิญหน้ากันจึงต้องมาทำงานต่างจังหวัด แต่ก็ติดตามการทำงานในกรุงเทพฯ ติดตามข่าวสารต่างๆ ตลอดเวลา







