posttoday
แนะรื้ออีไอเอปฏิรูปนโยบายสิ่งแวดล้อม

แนะรื้ออีไอเอปฏิรูปนโยบายสิ่งแวดล้อม

27 กุมภาพันธ์ 2557

ประเด็นสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องใกล้ตัวและจำเป็นต้องปฏิรูประเบียบกฎกติกาต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนต่อคนในการเข้าถึงทรัพยากร รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติที่จำเป็นต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่เพื่อส่งมอบแก่คนรุ่นต่อไป ทว่าในกระแสการปฏิรูปรอบนี้ ประเด็นดังกล่าวกลับถูกพูดถึงน้อยที่สุด

ประเด็นสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องใกล้ตัวและจำเป็นต้องปฏิรูประเบียบกฎกติกาต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนต่อคนในการเข้าถึงทรัพยากร รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติที่จำเป็นต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่เพื่อส่งมอบแก่คนรุ่นต่อไป ทว่าในกระแสการปฏิรูปรอบนี้ ประเด็นดังกล่าวกลับถูกพูดถึงน้อยที่สุด

วันที่ 26 ก.พ. 2557 ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมจัดเสวนา “ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปสิ่งแวดล้อม ปฏิรูปอะไร” โดยมี บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และ ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมเสวนา

บัณฑูร ระบุว่า ภาคการเมืองจะให้ความสำคัญเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย และปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากโครงการต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับอำนาจการบริหารโดยตรง การปฏิรูปจึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดหัวข้อหลักใน 3 เรื่อง คือ 1.กระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม 2.เครื่องมือการตัดสินใจด้านสิ่งแวดล้อม 3.ปฏิรูปกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม

“3 ข้อนี้เชื่อมโยงกับประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย ถ้าทำทั้งหมดได้จะช่วยตัดขวางปัญหาได้รอบด้าน เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ที่ต้องจัดระบบใหม่ และแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราให้สอดคล้องกับปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น” บัณฑูร กล่าว

บัณฑูรยังเสนอให้ปฏิรูปรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) เนื่องจากมีช่องโหว่สำคัญที่ไม่มีการกำหนดระเบียบแยกระหว่างเจ้าของโครงการกับคณะผู้จัดทำ ทำให้เอื้อประโยชน์ศึกษาผลกระทบให้เอื้อกับโครงการโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบระยะยาว ทั้งๆ ที่อีไอเอควรมีบทบาทในการยกเลิกโครงการที่ส่งผลกระทบร้ายแรงได้ไม่ใช่แค่ไปเพิ่มมาตรการจนผ่าน

บัณฑูร กล่าวว่า ควรปฏิรูปอีไอเอด้วยการหันไปใช้การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment) หรือเอสอีเอแทน เพราะเอสอีเอจะเป็นการดำเนินการก่อนถึงขั้นตอนการพัฒนา ช่วยชี้ว่านโยบาย แผนงานและโครงการขนาดใหญ่ลักษณะใดเหมาะสมกับพื้นที่และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และช่วยบ่งชี้เรื่องหรือในประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับโครงการด้วย

ด้าน ศศิน กล่าวว่า ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้รับการปฏิรูปอย่างจริงจังมาเกือบ 20 ปี องค์กรที่ดูแลเรื่องนี้ก็เริ่มอ่อนแอลงๆ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้มาตรการการดูแลไม่ถูกพัฒนาให้เท่าทันกับปัญหาใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

“การพัฒนาฐานทรัพยากรที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการตัดถนนผ่านป่า การสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึก การทำอุตสาหกรรมอาหาร และฮับพลังงาน รวมถึงเขตการพัฒนาเศรษฐกิจต่างๆ นั้นควรจะถูกตั้งคำถามให้รอบด้าน และคำนึงว่าฐานทรัพยากรชุมชนจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร เช่น โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา กระแสสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนแม่วงก์ ฯลฯ” ศศิน กล่าว

ศศิน ย้ำว่า รัฐต้องไม่ใช่แค่เร่งเร้าโครงการต่างๆ สู่การกระตุ้นเศรษฐกิจและใช้ทรัพยากรโดยไม่คำนึงถึงชุมชน นับตั้งแต่วันที่มีการตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่เคยเห็นรัฐมนตรีที่รับตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญสายตรงด้านสิ่งแวดล้อมเลย และคนที่มารับตำแหน่งก็มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวอย่างแยกออกจากกันไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท