
เงินกู้ข้าวส่อแววล้ม
การจัดหาเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อจ่ายหนี้ข้าวให้ชาวนา โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย และรัฐบาลรับภาระเงินต้นและดอกเบี้ย ด้วยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินอายุ 8 เดือน วงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเชิญให้รัฐวิสาหกิจที่สนใจยื่นซองประมูลที่คลังก่อน 10.00 น. ในวันนี้ คาดว่าจะไม่มีรัฐวิสาหกิจใดเข้าร่วมประมูล เพราะกลัวได้รับผลกระทบจากพนักงานต่อต้านและลูกค้าของรัฐวิสาหกิจไม่พอใจเลิกใช้บริการกระทบรายได้และฐานะขององค์กร
การจัดหาเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อจ่ายหนี้ข้าวให้ชาวนา โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย และรัฐบาลรับภาระเงินต้นและดอกเบี้ย ด้วยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินอายุ 8 เดือน วงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเชิญให้รัฐวิสาหกิจที่สนใจยื่นซองประมูลที่คลังก่อน 10.00 น. ในวันนี้ คาดว่าจะไม่มีรัฐวิสาหกิจใดเข้าร่วมประมูล เพราะกลัวได้รับผลกระทบจากพนักงานต่อต้านและลูกค้าของรัฐวิสาหกิจไม่พอใจเลิกใช้บริการกระทบรายได้และฐานะขององค์กร
แหล่งข่าวระบุว่า หลังจากที่มีรายงานออกมาว่าการประปานครหลวง (กปน.) จะเข้าประมูลเงินกู้ดังกล่าวจำนวน 1,000 ล้านบาท ก็มีพนักงานจำนวนมากออกมาต่อต้านทันที จนผู้บริหารต้องออกมายืนยันว่าจะไม่เข้าประมูลเงินดังกล่าวแล้ว ขณะที่บริษัท ทีโอที ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเข้าประมูลหรือไม่ แต่ก็มีพนักงานออกมาต่อต้านแล้ว และบริษัท ท่าอากาศยานไทย ที่ปฏิเสธการปล่อยกู้ไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจยังกังวลข้อกฎหมายทำให้การปล่อยกู้มีปัญหา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายกับองค์กรและต้องรับผิดชอบทางกฎหมายในภายหลัง เหมือนกับที่สถาบันการเงินกังวลจนไม่ปล่อยกู้ให้กับกระทรวงการคลัง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลรู้ว่าการกู้เงินมาจ่ายจำนำข้าวเป็นไปได้ยาก จึงดำเนินการในทุกทาง ด้วยการทดลองกู้จากรัฐวิสาหกิจ การยืมงบกลางปีมาจ่ายชาวนา การกู้เงินจากกองทุนวายุภักษ์ และการให้ ธ.ก.ส.ออกตั๋วสัญญาใช้เงินกู้จากลูกค้าของธนาคาร ซึ่งในวันนี้คณะกรรมการของ ธ.ก.ส.จะมีการประชุมชี้ขาด หลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา กรรมการยังเสียงแตก โดยกรรมการฝ่ายที่ต้องการให้ทำก็บอกว่าทำได้เลยโดยที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน แต่กรรมการฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ระบุว่าการทำดังกล่าวผิดกฎหมาย
ขณะที่การขอใช้งบกลาง 2 หมื่นล้านบาท มาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวนั้นส่อเค้าว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงไม่อนุมัติ เนื่องจากการใช้งบกลางนั้นปกติจะต้องมีการทดรองจ่ายไปก่อน จากนั้นจึงนำงบประมาณที่ได้ตั้งไว้นำมาจ่ายคืน นอกจากนี้งบกลางนั้นถูกกำหนดไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น อุทกภัย ภัยพิบัติต่างๆ และปัจจุบันงบกลางเหลืออยู่แค่ 5 หมื่นล้านบาท อีกทั้งกรณีของการจ่ายเงินจำนำข้าวไม่ถือว่าฉุกเฉิน
สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือจากกระทรวงการคลังเรื่องการออกตั๋วบี/อี ต้องขอดูในรายละเอียดก่อน ซึ่งต้องยอมรับว่า กฟผ.กำหนดใช้เงินลงทุนในปีนี้ไว้ 3.9 หมื่นล้านบาท และเดิมมีแผนจะตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.7 หมื่นล้านบาท แต่คงต้องเลื่อนไปก่อน เพราะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ รวมถึงแผนการกู้เงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ก็ต้องชะลอออกไป
พ.ร.บ.กฟผ. ไม่สามารถให้กู้เงินเป็นการทั่วไปได้ การลงทุนซื้อตราสารต่างๆ จะต้องมีโครงการรองรับและเกี่ยวข้องกับกิจการไฟฟ้าเท่านั้น
ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
สุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าว ฤดูกาล 2555/2556 และ 2556/2557 ผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ปริมาณ 2.3 แสนตัน มีผู้เข้าร่วมเสนอราคาส่วนต่างทั้งหมด 16 ราย โดยเสนอราคาต่ำกว่าราคาตลาดมาก
ไฟแนนเชียล ไทมส์ สื่อชื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยรายงานระบุว่า นโยบายจำนำข้าวของไทยที่ได้ส่งผลให้ปริมาณข้าวของไทยมีจำนวนมหาศาลนั้น ได้กลายเป็นปัจจัยที่เอื้อประโยชน์ให้กับประเทศผู้ผลิตข้าวคู่แข่ง อย่างเช่น อินเดีย และเวียดนาม โดยจีน ซึ่งเดิมเป็นผู้ซื้อข้าวไทยได้หันไปซื้อข้าวจากปากีสถานและเวียดนามแทน







