
โกง6หมื่นล.โผล่
พบโอนเงินทุจริตข้าวผ่านโพยก๊วนไปฮ่องกงเซียนค้าข้าวแฉยับ มีนักการเมืองขรก.พุงกาง โอนเงินโกงข้าวผ่านโพยก๊วนไปพักไว้ฮ่องกงร่วม 6 หมื่นล้านบาท
พบโอนเงินทุจริตข้าวผ่านโพยก๊วนไปฮ่องกงเซียนค้าข้าวแฉยับ มีนักการเมืองขรก.พุงกาง โอนเงินโกงข้าวผ่านโพยก๊วนไปพักไว้ฮ่องกงร่วม 6 หมื่นล้านบาท
นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าว เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินทางไปพบกับนายธนาคารรายหนึ่ง และได้รับทราบว่ามีการโอนเงินผ่านโพยก๊วน โดยมีนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เฉพาะในปี 2556 มีการโอนเงินไปที่ฮ่องกงสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นวิธีการลักลอบโยกย้ายเงินจากในประเทศไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องขอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ทั้งนี้ ในกระบวนการฟอกเงินนี้ มีการนำเงินสดหรือเช็คธนาคารให้กับบริษัทโพยก๊วนที่เยาวราช โดยบริษัทดังกล่าวออกเอกสารให้ 1 ฉบับ ว่ามีการนำเงินมาให้จริง จากนั้นก็นำเอกสารดังกล่าวไปขึ้นเงินที่ฮ่องกง เงินที่ได้อาจจะมีการฝากที่ฮ่องกง หรือจะโอนกลับที่ประเทศไทยก็ได้ นี่เป็นขบวนการใต้ดินที่มีค่าดำเนินการที่ถูกกว่า และไม่สามารถตรวจสอบที่มาของแหล่งเงินได้ แม้กระทั่งเมื่อเงินถึงปลายทางแล้ว ปลายทางก็จะไม่เปิดเผยข้อมูล
นายนิพนธ์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ขาดทุน 34 แสนล้านบาทนั้น ในวงการค้าข้าวต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า มีเงินอย่างน้อย 8 หมื่นล้านบาท ตกอยู่ในมือของนักการเมืองและกลุ่มพรรคพวกที่เกี่ยวข้องกับการซื้อข้าวตั้งแต่กระบวนการรับจำนำจนถึงการระบายข้าว
นายนิพนธ์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวถือเป็นนโยบายที่ผิดพลาดและตั้งใจโกง เพราะคิดว่าถ้าดึงข้าวไว้ในประเทศไทยไม่ขายออก ราคาจะสูงขึ้น รัฐบาลจึงคิดจำนำข้าวทุกเมล็ด แต่ขาดข้อมูล เพราะข้าวเป็นสินค้าที่เสื่อมคุณภาพได้ เมื่อไม่ขายแต่ประเทศอื่นขาย
นอกจากนี้ โครงการนี้ตั้งใจโกง เพราะวิธีการเปิดช่องทุจริตตั้งแต่เริ่มการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ซึ่งรัฐบาลรู้ว่ามีชาวนากว่า 3 ล้านครัวเรือน แต่รัฐบาลไม่สามารถตรวจข้าวชาวนาทุกแปลงได้ จึงมีการขึ้นทะเบียนชาวนาที่เกินจริง อีกทั้งยังไม่มีเซอร์เวเยอร์จึงเกิดการรับมอบข้าวคุณภาพต่ำ หรือหมุนเวียนข้าวสารคุณภาพดีในโกดังออกไป แล้วเอาข้าวคุณภาพต่ำมาใส่แทน ขณะที่โรงสีก็มีการขายข้ามเขต
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามหาทางออกในการหาเงินมาจ่ายหนี้ข้าวชาวนา 1.3 แสนล้านบาท โดยพยายามกู้เงินซึ่งผิดกฎหมาย พยายามขายพันธบัตร และหาทางออกด้วยการของบกลาง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็ต้องรอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่เชื่อว่า กกต.จะไม่เห็นชอบ เพราะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และใช้งบกลางไม่ได้ เพราะไม่เข้าข่ายฉุกเฉินหรือเข้าข่ายภัยพิบัติ







