
"ธาริต"จ่อขอหมายจับ"สุเทพ"คดีสลายชุมนุมปี53
ศรส.เชิญปลัดกระทรวงร่วมประชุม 27 กพ. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าดูแลพื้นที่ เผย มีกลุ่มรุนแรงในม็อบ กปปส. ขออย่าเข้าร่วมชุมนุม
ศรส.เชิญปลัดกระทรวงร่วมประชุม 27 กพ. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าดูแลพื้นที่ เผย มีกลุ่มรุนแรงในม็อบ กปปส. ขออย่าเข้าร่วมชุมนุม
เวลา13.00น. วันที่ 26 ก.พ. ที่สโมสรตำรวจ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบหรือ ศรส.กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนคดีกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาที่1และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาที่2ในขณะนั้นฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯไปยังสำนักงานคดีพิเศษพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาที่1เป็นจำเลยต่อศาลาอาญาตามหมายเลขคดีดำที่ 4552/2556
ส่วนนายสุเทพ ผู้ต้องหาคนที่2ซึ่งไม่ได้ถูกควบคุมระหว่างสอบสวนนั้นพนักงานอัยการได้กำหนดนัดให้มาพบหลายครั้งแต่นายสุเทพ ได้ขอเลื่อนนัดมา โดยตลอด จนกระทั่งครั้งสุดท้ายพนักงานอัยการได้กำหนดให้นายสุเทพ มาพบในวันที่ 13ก.พ.57เพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญาปรากฏว่านายสุเทพ ไม่มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร
จึงแจ้งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการให้เพื่อให้ได้ตัวนายสุเทพ มาฟ้องต่อศาลอาญาภายในกำหนดอายุความดังนั้นดีเอสไอจะยื่นขอหมายจับจากศาลอาญาภายในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อนำตัวมาส่งพนักงานอัยการ เพื่อฟ้องคดีต่อไป
นายธาริต กล่าวว่า ที่ประชุม ศรส.เตรียมเชิญปลัดทุกกระทรวงร่วมหารือเรื่องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ในวันพรุ่งนี้(27 ก.พ.) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ศูนย์รักษาความสงบ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
ทั้งนี้ ศรส.และส่วนราชการต่างๆ เห็นถึงความจำเป็นและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการปิดกรุงเทพมหานครของกลุ่ม กปปส. ดังนั้นเพื่อให้สถานที่ราชการสามารถกลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้ตามเดิม ศรส.ร่วมกับส่วนราชการจึงได้ดำเนินการเปิดสถานที่ราชการต่างๆ ที่ถูกปิดให้กลับมาเปิดทำการได้ถึง 53 แห่งแล้ว แต่หลังจากศาลแพ่งมีคำพิพากษา ส่งผลให้ ศรส.ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญหลักตามกฎหมายได้ และเป็นผลให้ กปปส.ไปบุกรุกปิดล้อมสถานที่ราชการและเอกชนอีก 11 แห่ง ได้แก่ กรมศุลกากร กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมสรรพสามิต สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี บริษัท เอ็มลิ้ง เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) และอาคารชินวัตรทาวเวอร์
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ศรส.ได้พยายามทุกวิถีทางให้มีการเปิดสถานที่ราชการเพิ่มเติม รวมทั้งที่ถูกปิดล้อมด้วย ในวันนี้มีส่วนราชการกลับมาเปิดให้บริการได้อีก 7 แห่ง ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ
"เนื่องจากการปิดล้อมยึดสถานที่ราชการของกลุ่ม กปปส.ส่งผลให้ส่วนราชการที่ถูกปิดล้อมไม่สามารถให้บริการประชาชนได้ และมีทรัพย์สินของทางราชการ สูญหายหรือได้รับความความเสียหาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดอาญา ศรส.จึงได้ขอความร่วมมือให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ถูกปิดล้อมบุกรุกดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเกี่ยวกับความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายและเป็นการป้องปรามมิให้มีการกระทำผิดเช่นนั้นอีก" นายธาริต กล่าว
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ศรส.มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมกับ กปปส. เพราะนับแต่ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาห้าม ศรส.กระทำการรวม 9 ข้อ อันเป็นอำนาจหน้าที่หลักตามกฎหมายเป็นต้นมา สถานการณ์ความรุนแรงก็มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามลำดับและต่อเนื่องกันทุกวัน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง ศรส.มีข้อมูลว่า ได้มีกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงในลักษณะกองกำลังปะปนอยู่กับกลุ่ม กปปส. และจะลงมือใช้อาวุธเป็นระยะๆ จึงขอร้องพี่น้องประชาชนให้งดเว้นการเข้าร่วมการชุมนุมโดยเด็ดขาด สำหรับ ศรส.เองก็ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจตราความเรียบร้อยทั่วทั้งกรุงเทพมหานครแล้ว และก็มีข้อจำกัดที่กลุ่มการ์ด กปปส. ไม่ยอมให้ตำรวจเข้าในพื้นที่การชุมนุม รวมทั้งข้อจำกัดตามข้อห้ามของศาลแพ่งด้วย แต่ตำรวจก็จะพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด







