posttoday
ไทยติดอันดับ 2 "ถนนอันตรายที่สุดในโลก"

ไทยติดอันดับ 2 "ถนนอันตรายที่สุดในโลก"

26 กุมภาพันธ์ 2557

เอเชีย คอร์เรสพอนเดนท์ สำนักข่าวอิสระที่เสนอข่าวสารในภูมิภาคเอเชีย หยิบยกรายงานการศึกษาจากสถาบันวิจัยการขนส่ง มหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่ระบุว่า ธุรกิจการขนส่งในประเทศไทยไม่น่าไว้วางใจอีกต่อไป

เอเชีย คอร์เรสพอนเดนท์ สำนักข่าวอิสระที่เสนอข่าวสารในภูมิภาคเอเชีย หยิบยกรายงานการศึกษาจากสถาบันวิจัยการขนส่ง มหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่ระบุว่า ธุรกิจการขนส่งในประเทศไทยไม่น่าไว้วางใจอีกต่อไป

เหตุผลสำคัญสำหรับประเด็นนี้ เนื่องมาจากไทยรั้งอันดับที่ 2 จากการจัดอันดับอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนทั่วโลกของสถาบันวิจัยการขนส่ง มหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งไทยมีสัดส่วนการเสียชีวิตบนท้องถนนสูงถึง 44 ศพต่อประชากร 1 แสนคน อีกทั้งอัตราการตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนก็มีถึง 5.1% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในประเทศ

แม้อัตราการตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจะต่ำกว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงอย่างมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดในสมอง แต่อัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนในไทยก็ยังอยู่ในระดับที่สูง ซึ่งผลจากรายงานการศึกษาพบว่า อัตราการตายจากอุบัติเหตุบนถนนของไทยมีสัดส่วนมากเป็น 2 เท่าของอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยจากอุบัติเหตุทั่วโลก

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนมาหลายปี โดยเฉพาะในปี 2011 ที่รัฐบาลประกาศว่าจะลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งในปี 2020

อย่างไรก็ตาม เดอะ การ์เดียน สื่อจากอังกฤษรายงานว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถจักรยานยนต์เป็นสาเหตุหลักของอัตราการตายบนท้องถนน โดยในปี 2012 มีจำนวนผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงถึง 1.1 หมื่นราย สอดคล้องกับรายงานขององค์การอนามัยโลกที่ระบุว่าสัดส่วนการเสียชีวิตบนท้องถนนของไทยมาจากรถจักรยานยนต์ถึง74% จึงต้องมีการรณรงค์การสวมใส่หมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือซ้อนรถจักรยานยนต์แก่ประชาชนชาวไทยรวมถึงเด็กด้วย เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ สื่อต่างชาติหลายสำนักชี้ชัดว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สูงมากของไทยเกิดขึ้นเนื่องจากความสะเพร่าในการขับขี่ อาทิ การดื่มของมึนเมา และขาดการระมัดระวังทางด้านความปลอดภัย เช่น การสวมหมวกนิรภัย โดยองค์การอนามัยโลกเปิดเผยตัวเลขข้อมูลว่า อัตราการตายบนท้องถนนในไทยกว่า 26% เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ สื่อต่างชาติหลายสำนักยังแสดงความคิดเห็นตรงกันถึงการขับขี่รถสาธารณะต่างๆ ของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทางหรือรถตู้รับส่งผู้โดยสาร ที่ส่วนใหญ่จะขับขี่ด้วยความเร็ว และเบียดซ้ายป่ายขวาอย่างน่าหวาดเสียว ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเกิดจากการใช้สารเสพติดจำพวกแอมเฟตามีน รวมถึงการทำงานมากจนเกินไปและขาดการพักผ่อนที่เพียงพอของผู้ขับขี่

ท้ายนี้ องค์การอนามัยโลกเตือนว่า ความปลอดภัยบนท้องถนนของไทยยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ไทยอาจไม่ต้องการถนนใหม่ๆ แต่อยากเห็นการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่รัฐบาลประกาศเป้าหมายที่จะลดอัตราการเสียชีวิตลงให้เหลือน้อยกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ในปี 2020 นี้กลายเป็นความจริง นี่ก็เหลืออีกไม่กี่ปีแล้ว ไทยใกล้จะประสบความสำเร็จหรือยัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท