
ฝีมือของรัฐบาล
ผลของการบริหารงานของรัฐบาลรักษาการที่ไร้ทิศทาง ได้ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่มุมอับอย่างคาดไม่ถึง
ผลของการบริหารงานของรัฐบาลรักษาการที่ไร้ทิศทาง ได้ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่มุมอับอย่างคาดไม่ถึง
พลันเมื่อกระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขการส่งออกที่หน่วยงานต่างๆ ประเมินว่าจะเป็นหัวรถจักรหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ในปีนี้จะขยายตัวได้ดีจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ถึงขนาดมีการประเมินอย่างเลิศหรูว่า น่าจะขยายตัวได้ 57% แต่ในความเป็นจริงกลับขยายตัวติดลบ 1.98% ทั้งๆ ที่เป็นห้วงของฤดูกาลจับจ่ายใช้สอย
ข้อมูลความเป็นจริงอันเจ็บปวดนี้ กลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลรักษาการ และสะท้อนการทำงานของข้าราชการประจำว่า ไร้ประสิทธิภาพในกระบวนการจัดการและการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์วิกฤต
รัฐบาลรักษาการอาจกล่าวอ้างได้ว่า ได้ประกาศยุบสภาไปตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2556 เมื่อผสมผสานกับปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงมิอาจบริหารจัดการประเทศได้อย่างเต็มมือเหมือนภาวะปกติ
คำชี้แจงแบบนั้น อาจเป็นการเอาตัวรอดทางการเมืองได้ แต่ไม่มีความรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน
เพราะในความเป็นจริงแล้ว การบริหารประเทศในห้วงการเลือกตั้งนั้น รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการวางแผนประชุมเชิงยุทธศาสตร์ และกำหนดเป้าหมายให้ข้าราชการประจำในแต่ละหน่วยงานเร่งดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยไม่ขัดกับกฎหมายการเลือกตั้งแม้แต่น้อย
ขณะที่บรรดาผู้นำเข้าและผู้ส่งออกได้เรียกร้องให้รัฐบาลและข้าราชการประจำเร่งดำเนินการในห้วงรัฐบาลรักษาการ เร่งดำเนินการสร้างความมั่นใจกับประเทศคู่ค้าว่า หากสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตสินค้าไทยจะได้รับการส่งมอบสินค้าตามสัญญาอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ได้ขอให้รัฐบาลและข้าราชการประจำขยายตลาดออกไปให้กว้างออกไปมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่เป็นตลาดหลักของไทย
แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลรักษาการกลับเลือกที่เป็นจ่าเฉยในการบริหารจัดการประเทศในยามวิกฤต ไม่มีแม้แต่การเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงเพื่อติดตามเกาะติดตัวเลขการส่งออกที่ถือเป็นหัวใจหลักในการหารายได้
รัฐมนตรีและผู้นำรัฐบาลกลับเลือกที่จะใช้เวลาในการบริหารประเทศไปกับการขึ้นเวทีทางการเมือง เพื่อปลุกปั่นมวลชนคนเสื้อแดงให้ลุกขึ้นมาปกป้องสถานะของรัฐบาล มากกว่าจะใช้เวลาและใช้สติปัญญามาใช้ในการบริหารจัดการประเทศ
ถ้าสำนึกของนักการเมืองที่กล้าอาสามาบริหารประเทศมีเพียงเพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่ไร้สำนึกแห่งการบริหารประเทศที่ดี ก็ควรเปิดทางให้คนอื่นมาบริหารประเทศจะดีกว่า







