posttoday
ขอเรียกร้องให้ลดทิฐิกันและหยุดความรุนแรง

ขอเรียกร้องให้ลดทิฐิกันและหยุดความรุนแรง

26 กุมภาพันธ์ 2557

ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นค่อนข้างชัดเจนมานานร่วม 3 เดือน ได้แสดงผลทางเศรษฐกิจขึ้นทุกที และหากความขัดแย้งนี้ดำเนินอยู่ต่อไป อย่าว่าแต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่จะทำให้การเจริญเติบโตของ GDP ของประเทศไทย ไปไม่ถึง 4% หรือ 5% เลย ไม่ทราบว่า GDP จะเติบโตไปถึงแค่ 1% หรือ 2% หรือไม่ด้วยซ้ำไป นักธุรกิจทั้งหลายแหล่ที่มีที่ตั้งตามแหล่งชุมนุมก็เริ่มบ่นกันแล้วว่าเงียบมาก การประกาศภาวะฉุกเฉินของ ศรส. ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ากรุงเทพฯ เปลี่ยนทิศทาง ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวที่ไปยังจังหวัดอื่นๆ จะยังคงไม่เปลี่ยนแผนการเดินทาง แต่นักท่องเที่ยวที่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ก่อนไปยังจังหวัดหรือสถานที่ใกล้เคียงก็จำต้องยกเลิกแผนการไป

ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นค่อนข้างชัดเจนมานานร่วม 3 เดือน ได้แสดงผลทางเศรษฐกิจขึ้นทุกที และหากความขัดแย้งนี้ดำเนินอยู่ต่อไป อย่าว่าแต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่จะทำให้การเจริญเติบโตของ GDP ของประเทศไทย ไปไม่ถึง 4% หรือ 5% เลย ไม่ทราบว่า GDP จะเติบโตไปถึงแค่ 1% หรือ 2% หรือไม่ด้วยซ้ำไป นักธุรกิจทั้งหลายแหล่ที่มีที่ตั้งตามแหล่งชุมนุมก็เริ่มบ่นกันแล้วว่าเงียบมาก การประกาศภาวะฉุกเฉินของ ศรส. ทำให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ากรุงเทพฯ เปลี่ยนทิศทาง ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวที่ไปยังจังหวัดอื่นๆ จะยังคงไม่เปลี่ยนแผนการเดินทาง แต่นักท่องเที่ยวที่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ก่อนไปยังจังหวัดหรือสถานที่ใกล้เคียงก็จำต้องยกเลิกแผนการไป

ผู้เขียนระบุถึงประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ไม่ได้พูดถึงการชุมนุมโดยมวลมหาประชาชน เพราะการชุมนุมแบบไทยๆ ที่ต่างชาติเองก็ไม่ค่อยถือเป็นเรื่องจริงจัง บางรายกลับมาร่วมสนุกสนานเสียด้วยซ้ำไป เนื่องจากมีทั้งการแสดง ร้องรำทำเพลง ขายของ พวกมาดูก็ช็อปปิ้งกันไป ช็อปข้างถนนไม่พอ ก็เข้าไปช็อปในห้าง ตอนนั้นร้านค้าแถวที่ชุมนุมก็ดูจะมีีความสุขดี แต่พอมีประกาศ ศรส.ออกมา นักท่องเที่ยวก็เริ่มหดหาย แม้แต่นักท่องเที่ยวจากแผ่นดินใหญ่ที่นิยมมาซื้อของหรูๆ มีระดับที่เมืองไทยก็ยังพลอยหายไปด้วย คาดว่าสาเหตุใหญ่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจำเป็นต้องตัดกรุงเทพฯ ออกไปจากแผนการท่องเที่ยว เพราะเมื่อมีประกาศภาวะฉุกเฉินบริษัทประกันเขาไม่รับทำประกันให้ ตอนนี้แหละที่จะเห็นผลกระทบกันจริงๆ จังๆ และหากประกาศนี้อยู่นานไป ก็รังแต่จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจมากขึ้น

ยิ่งตอนนี้เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น แถมเป้าหมายสถานที่ก็ครอบคลุมไปทั่วก็ยิ่ง ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่บอบช้ำอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก ฟังข้อวิเคราะห์จากวิทยุจากบางท่านแล้วน่าตกใจมาก ที่บอกว่าเป็นแนวปฏิบัติของแผนก่อการร้ายที่เขาใช้กัน คือ วันหนึ่งเป้าหมายอาจเป็นเด็ก คราวต่อไปอาจเป็นประชาชนทั่วไป คราวต่อไปอาจเป็นธุรกิจ โดยชี้ให้เห็นว่าการยิงที่ตราดก็ยิงที่หัวเด็ก 5 ขวบ การยิงระเบิดอาจจะเป็นเอ็ม79 ที่หน้าบิ๊กซี ก็ยิงไปที่กลุ่มเด็กๆ ทั้งๆ ที่มีที่ว่างที่อื่น หากจะยิงไปกลางถนนก็ได้ เด็กก็คงไม่ตาย แต่คำสั่งที่มาก็คือให้ทำกับเด็กๆ ผู้เขียนไม่ทราบว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร ไม่มีความรู้เรื่องการก่อการร้ายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยตามดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นขบวนการ IRA หรือที่ใด แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงก็สงสัยว่า จิตใจทั้งผู้สั่งและผู้กระทำนั้นทำด้วยอะไร ฆ่าได้แม้แต่ชีวิตที่บริสุทธิ์ ที่สำคัญเด็กๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้ไปร่วมชุมนุม หรือแม้แต่ตามพ่อแม่ไปร่วมชุมนุม

การกระทำเหล่านี้นอกจากจะซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัวลงเรื่อยๆ ตามที่เคยกล่าวไปแล้วในหลายฉบับที่ผ่านมา และก็ยังมีข่าวคราวออกมาอย่างต่อเนื่อง เปิดหนังสือพิมพ์ทีไรก็จะเห็นข่าวผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นประจำ เช่น เอสเอ็มอีส่อเค้าเงินขาดมือ หรือยอดเช็คเด้งสูงสุดในรอบ 20 เดือน เป็นต้น นอกจากนี้เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวัน เสมือนหนึ่งเรากำลังเผชิญกับสงครามกลางเมือง ยังสร้างความเกลียดชังในหัวใจของคนไทย ทำให้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมากขึ้น และหากนานไปก็ยากที่จะลบออกได้ โดยเฉพาะอาการนิ่งเฉยของรัฐบาลและ ศรส. ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาโดยให้เหตุผลว่าจะมารักษาความสงบเรียบร้อย แต่กลับมีแต่ความเงียบเมื่อเกิดความไม่สงบขึ้นมาจริงๆ

ที่จริงความแตกแยกทางความคิดนั้นมีมานานแล้ว ยิ่งเมื่อระบบทักษิณฝังตัวหยั่งรากและแผ่กระจายไปทั่ว ความแตกแยกทางความคิดก็ยิ่งมากขึ้น แต่ไม่น่าจะไปไกลถึงกลายเป็นความเกลียดชัง ถึงแม้ว่าดูเหมือนฝ่ายหนึ่งจะนิยมความก้าวร้าวรุนแรงมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าเป็นหยุดก่อนก็จะตอบโต้ด้วยวาจา ต่อมาก็ประกอบด้วยการข่มขู่ มาถึงขั้นนี้ก็ครบทุกอย่าง คือทั้งวาจาและการกระทำ ดูแต่เรื่องโครงการจำนำข้าว ที่พอมาถึงวันนี้ก็ชัดเจนพิสูจน์ได้ว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง มีการคอร์รัปชั่นกันทุกขั้นตอน ชาวนาฆ่าตัวตายไปแล้ว 10 กว่าคน แต่ก็ยังมีการตอบโต้อย่างรุนแรงจากฝ่ายเจ้าของโครงการ โดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นพี่น้อง เพื่อน หรือนายเก่า น่าเสียดายที่คนดีๆ เมื่อมารับตำแหน่งก็สวมวิญญาณก้าวร้าวไปด้วย ไม่เข้าใจว่าจะตอบโต้ไปทำไม แทนที่จะก้มหน้าก้มตาแก้ปัญหาดีกว่า หรือว่าการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด ซึ่งคือการระบายข้าวเกือบ 20 ล้านตันออกจากสต๊อกมันทำไม่ได้ ก็เลยต้องฟาดหัวฟาดหางเบี่ยงเบนความสนใจไปตามเรื่อง แทนที่จะนิ่งๆ เสียให้เรื่องมันยุติไปเอง เช่นเดียวกับการที่ผู้ฝากเงินธนาคารออมสินแห่กันไปถอนเงินออกจากธนาคารวันเดียวกว่า 3 หมื่นล้านบาท หากไม่มีการยั่วยุว่าจะเอาเงินไปฝากชดเชย หรือพวกที่พากันเอาเงินไปฝาก 2 ล้านบ้าง 10 กว่าล้านบ้าง บอกว่าจะช่วยชาวนา ก็คงไม่มีชาวบ้านเขาไปถอนเพิ่มกันจนยอดการถอนพุ่งไปถึง 7 หมื่นกว่าล้านบาท ที่จริงหากจะช่วยชาวนาจริงก็น่าจะเอาไปให้ตรงๆ เลยดีกว่า จะได้เห็นกันชัดๆ ว่าช่วยชาวนาจริง

การเขียนบทความนี้มาทั้งหมด ก็เพราะเป็นห่วงความแตกแยกทางความคิดที่จะผนวกด้วยความเกลียดชัง ยิ่งเมื่อเห็นคลิปดีอกอีใจของฝ่ายกระทำการที่ฆ่าคนได้ และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะมีเด็กที่บริสุทธิ์ตายไปถึง 3 คนแล้ว ก็อยากจะวิงวอนผู้มีอำนาจทั้งหลายให้ลดทิฐิ และเห็นแก่ประเทศชาติ ยุติเรื่องความรุนแรงเหล่านี้เสีย อย่าลืมว่าการสู้กันครั้งนี้ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ครอบครัว และบริวารว่านเครือ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท