posttoday
บิ๊ก พท.ชูแยกประเทศ

บิ๊ก พท.ชูแยกประเทศ

26 กุมภาพันธ์ 2557

หนึ่งในแนวคิดของเสื้อแดงที่ดังกระหึ่มและร้อนแรงขณะนี้ คือ การขอแยกประเทศเพื่อแก้วิกฤตความขัดแย้ง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

หนึ่งในแนวคิดของเสื้อแดงที่ดังกระหึ่มและร้อนแรงขณะนี้ คือ การขอแยกประเทศเพื่อแก้วิกฤตความขัดแย้ง ซึ่งสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญชัดแจ้ง เนื่องจากมาตรา 1 ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” โพสต์ทูเดย์ เปิดความคิดแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ร่วมจุดประเด็นเรื่องนี้ รวมถึงมุมมองส่วนหนึ่งจากนักวิชาการ

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และ สส.พะเยา พรรคเพื่อไทย หลายสมัย กล่าวยอมรับว่า มีแนวคิดแบ่งแยกประเทศจริง ซึ่งเกิดจากการก่อม็อบของ สุเทพ เทือกสุบรรณ และ กปปส. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดมาก่อน แต่เมื่อคนเสื้อแดงไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติตามกฎหมายและเห็นถึงบทบาทหน้าที่การตัดสินขององค์กรอิสระ ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนเหนือและอีสาน รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขาชื่นชอบ

“เมื่อความเป็นธรรมหายไปจากความรู้สึก คือที่มาสำคัญของการคิดแบ่งแยกดินแดน ไม่ใช่เพื่อทักษิณหรือตระกูลชินวัตร แต่เพื่อยุติความรุนแรงและความสูญเสีย” อดีตรองประธานสภา ระบุ

วิสุทธิ์ กล่าวว่า เมื่อคนเราอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข มีแต่ทะเลาะกัน เกิดปัญหา มีความรุนแรง เกิดความสูญเสียต่อเนื่อง ทางเดียวคือแยกกันอยู่ เหมือนสามีภรรยาทะเลาะกัน ไม่เป็นผลดีก็แยกกันอยู่เพื่อยุติความรุนแรงและความบาดหมางดีกว่า ดังนั้นเรื่องการแยกประเทศไม่ใช่จะคิดเพื่อประชดหรือเป็นกบฏ แต่หากเป็นหนทางสุดท้ายที่สามารถยุติความรุนแรง ความสูญเสียใดๆ ได้ อาจต้องเลือก

รองประธานสภา กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเพียงการระบายความคับแค้นใจ ที่สุดแล้วอาจไม่แยกประเทศก็ได้ แต่เป็นเพียงการแยกระบบการปกครอง คือ หนึ่งประเทศ หนึ่งพระมหากษัตริย์ แต่สองระบบการปกครอง หมายถึง 1.ระบบการปกครองประชาธิปไตยแบบสากลในโลก ด้วยระบบตัวแทน ทำงานด้วยกลไกรัฐสภา หรือส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ 2.ระบบปฏิรูปหรือการจัดตั้งตามแบบฉบับของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ทั้งสองระบบเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้เลือก ใครชอบแบบไหนก็เลือกที่จะเข้าสู่ระบบการปกครองแบบนั้น ไม่มีการฝืนใจ

“ผมขอให้ความคิดเรื่องการแบ่งแยกประเทศเป็นสิ่งเพียงมโนภาพเท่านั้น ไม่อยากให้เป็นจริง แต่หากม็อบ กปปส.และ สุเทพ ยังไม่ยุติการเคลื่อนไหวที่พยายามนำไปสู่ความรุนแรง ผมคิดว่าอีกไม่นานนี้อาจจะเกิดเรื่องการแบ่งแยกประเทศเป็นจริงขึ้นมาก็ได้” อดีตรองประธานสภา กล่าว

ศิริวัฒน์ จะปะมัดถา ผู้ประสานงานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.พะเยา กล่าวว่า คนเสื้อแดงมีความคิดดังกล่าวจริง เพราะองค์กรอิสระหรือองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ตัดสินโดยไม่มีมาตรฐาน ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่าคนเสื้อแดงทำอะไรก็ผิด เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ก็แยกกันอยู่ ก่อนที่จะแตกหักและสูญเสียมากกว่านี้

“สมมติว่า ณ เวลานี้ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะ กปปส.ก็ไม่ยอม ออกมาต่อต้านทุกรูปแบบ หรือถ้าทหารออกมาปฏิวัติ เสื้อแดงก็ไม่ยอมเช่นกัน เป็นเช่นนี้แล้วไม่สามารถยุติได้เลย ก็เลยมีความคิดที่ว่าแยกกันอยู่เพื่อให้เกิดความสงบ ไม่ต้องให้สองฝ่ายมาประจันหน้ากันดีที่สุด” ศิริวัฒน์ กล่าว

สมชาย ปรีชาศิลปกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ข้อเสนอแบ่งแยกประเทศคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแต่ละพื้นที่ยังคงมีความแตกต่างทางความคิด เช่น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ก็มีกลุ่มคนที่ไม่ได้เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง และภาคใต้เองก็มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับ กปปส.เช่นกัน แม้จะมีจำนวนน้อยกว่าก็ตาม ซึ่งชัดเจนว่าเงื่อนไขในเชิงพื้นที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ และมีลักษณะร่วม ต่างจากขบวนการเคลื่อนไหวแบ่งแยกประเทศอย่างในต่างประเทศ เช่น อาเจะห์ ที่คนในพื้นที่มีจุดร่วมทางความเชื่อและเชื้อชาติมากกว่า

สมชาย บอกว่า เสียงเรียกร้องให้แยกประเทศขณะนี้เป็นเพียงความต้องการให้เห็นว่าระบบทางการเมืองและระบบยุติธรรมกำลังมีปัญหา และทำให้คนเสื้อแดงรู้สึกว่าไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ฉะนั้นสถาบันทางการเมืองและองค์กรอิสระ ควรต้องรู้ตัวว่ากำลังเป็นส่วนหนึ่งให้ความคิดเหล่านี้ขยายตัวมากขึ้น จึงถึงเวลาคิดได้แล้วว่าจะแก้ไขอย่างไรให้ระบบของตัวเองได้รับการตรวจสอบจากประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ไม่ถูกมองในรูปแบบนั้น ขณะเดียวกัน กปปส.ก็ต้องรู้ตัวว่า หากไม่เล่นในระบบ แล้ววันหนึ่ง กปปส.ได้อำนาจ ก็จะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้จากคนเสื้อแดงในแบบเดียวกัน ซึ่งหากยังขับเคลื่อนลักษณะนี้ จะยิ่งอันตราย รวมถึงเสี่ยงกับการเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้น

เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช อาจารย์ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เห็นในแนวทางเดียวกันว่า สถานการณ์คงไม่ไปถึงขั้นนั้น เพราะขณะนี้ความขัดแย้งยังเป็นเพียงเรื่องทางการเมือง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันปมปัญหาก็เกิดจากการที่ทุกฝ่ายคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากฝ่ายตรงข้าม และต่าง “ยื้อกันจนเยิน” ทั้งสองฝ่าย เมื่อถึงเวลาผู้ชุมนุมอาจคิดได้ว่าการปลุกระดมของแกนนำให้แยกประเทศนั้นเกินเหตุไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง