posttoday
นำเข้าวัตถุดิบลดฮวบ

นำเข้าวัตถุดิบลดฮวบ

26 กุมภาพันธ์ 2557

การส่งออกเดือน ม.ค. ที่ติดลบ 1.98% ส่วนสำคัญมาจากราคาสินค้าส่งออกที่ลดลง โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรที่ลดลงเฉลี่ย 5.7% ขณะที่ปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรดีขึ้น 0.4% โดยเฉพาะการส่งออกข้าวที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 10.3% แต่ราคาลดลง 17.1% ทำให้มูลค่าการส่งออกข้าวโดยรวมหายไป 6.8%

การส่งออกเดือน ม.ค. ที่ติดลบ 1.98% ส่วนสำคัญมาจากราคาสินค้าส่งออกที่ลดลง โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรที่ลดลงเฉลี่ย 5.7% ขณะที่ปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรดีขึ้น 0.4% โดยเฉพาะการส่งออกข้าวที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 10.3% แต่ราคาลดลง 17.1% ทำให้มูลค่าการส่งออกข้าวโดยรวมหายไป 6.8%

เมื่อพิจารณารายละเอียดการส่งออกเดือน ม.ค. พบว่าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลด 7.5% สินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น ข้าวลด 7.5% ยางพาราลด 6.8% อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปลด 2.2% กุ้งแช่แข็งและแปรรูปลด 34.2% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมลด 0.2% สินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น ยานยนต์และส่วนประกอบลดลง 12.4%

การลดลงของวัตถุดิบหมายถึงกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาวจะลดลง และเมื่อพิจารณาตลาดส่งออก พบว่า ตลาดหลักเพิ่มขึ้น 2.2% ได้แก่ สหภาพยุโรป (อียู) เพิ่ม 4.6% ญี่ปุ่นเพิ่ม 1.8% สหรัฐเพิ่ม 0.4% แต่ตลาดศักยภาพสูงลด 5% เช่น อาเซียนลด 5% จีนลด 0.8% ฮ่องกงลด 14% อินเดียลด 11.6% เป็นต้น

ขณะเดียวกันมูลค่าการนำเข้าสินค้าลดลงมากกว่า 15% โดยเฉพาะทองคำนำเข้าทรุดถึง 84.8% ตามด้วย รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก ลดลง 51.8%

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การนำเข้าเดือน ม.ค. 2557 ขยายตัวลดลงถึง 15% เนื่องจากการใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศลดลง ทำให้มีการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อมาผลิตสินค้าน้อยลงไปด้วย โดยการใช้จ่ายและการลงทุนที่ลดลงมาจาก 3 สาเหตุที่สำคัญ 1.การลงทุนมีการชะลอออกไปก่อนเพราะไม่มั่นใจปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น 2.ฐานการนำเข้าสินค้าของต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การนำเข้าเดือน ม.ค. ชะลอลงค่อนข้างมาก และ 3.ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงค่อนข้างมาก ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักรมีการนำเข้าที่น้อยลง

“ที่ผ่านมา สศค.ได้ติดตามตัวเลขการนำเข้าอย่างใกล้ชิด พบว่าอากรนำเข้าสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุนที่นำเข้ามาผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ และส่งออกไปขายยังประเทศลดน้อยลง” เอกนิติ กล่าว

เอกนิติ กล่าวอีกว่า คาดว่าปลายปีนี้เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวดีขึ้น เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และการส่งออกกลับมาขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ตามการขยายตัวเศรษฐกิจครึ่งปีแรกนี้จะขยายตัวได้ต่ำ จากทั้งปัญหาการเมือง และฐานการขยายตัวเศรษฐกิจครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่สูง จากการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งโครงการรถคันแรก โครงการรับจำนำข้าว ซึ่ง สศค.ยังประมาณการตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ที่ 3.1% ต่อปี

ทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและบริการโลจิสติกส์ครบวงจร เปิดเผยว่า การส่งออกในปีนี้จะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% เนื่องจากฐานตัวเลขการส่งออกในปีที่ผ่านมาไม่สูงมากนัก

ประกอบกับภาคธุรกิจต่างมีการลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ขณะที่เศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหากการชุมนุมทางการเมืองยุติได้เร็วไม่ยืดเยื้อ ก็เชื่อว่าการส่งออกจะสามารถเติบโตในอัตราดังกล่าวได้

ศุภรัตน์ ศิริวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกของเดือน ม.ค. ที่ลดลงในระดับ 22% เกิดจากการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆ ที่ยกเลิกผลิตภัณฑ์ในรุ่นเดิมและเปิดตัวรุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดรอยต่อของการส่งออก

“ในบางรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้ ได้หยุดการผลิตในรุ่นก่อนหน้าการเปิดตัวไปช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้เคลียร์สต๊อกสินค้าที่มีอยู่เดิมทั้งการจำหน่ายในประเทศและการส่งออก ก่อนการเปิดตัวรุ่นใหม่เป็นปกติ จึงส่งผลให้ตัวเลขยอดขายในเดือนแรกของปีลดลงเป็นปกติ” ศุภรัตน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกที่ลดลงในเดือนแรกของปีนี้ ยังเชื่อมั่นว่าไม่มีผลกระทบใดต่อภาพรวมการส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์ตลอดทั้งปีนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับเกิน 1.2 ล้านคัน สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.128 ล้านคัน

นายบุญชัย พุทธาโกฐิรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฮิตาชิเซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่ภาพรวมการส่งออกของประเทศไทยในเดือน ม.ค.หดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาไม่น่าจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เนื่องจากต้นปีที่ผ่านมาภาพรวมธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มฟื้นตัวจากปัญหาน้ำท่วมในปลายปี 2554 ส่งผลให้หลายธุรกิจมียอดขายเติบโตสูง ซึ่งในส่วนของบริษัทยังคงมียอดขายในทุกกลุ่มสินค้าเติบโตในทิศทางที่ดี เนื่องจากมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซัก

นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า กรณีที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาประกาศว่าการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค.หดตัว น่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มอื่นมากกว่า ไม่น่าจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะแนวโน้มของการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยน่าจะมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากได้รับผลดีจากเงินบาที่อ่อนค่า โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 40% ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นในยุโรป หรืออเมริกา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท