
คลังลุยไฟกู้2หมื่นล.โปะข้าว
ร่อนหนังสือเรียกรัฐวิสาหกิจประมูลตั๋วเงิน.กปน.ขอเอี่ยว1พันล้านเจอสหภาพฯต้าน
ร่อนหนังสือเรียกรัฐวิสาหกิจประมูลตั๋วเงิน.กปน.ขอเอี่ยว1พันล้านเจอสหภาพฯต้าน
คลังเมินกฎหมายเดินหน้ากู้รัฐวิสาหกิจจ่ายจำนำข้าวล็อตแรก 2 หมื่นล้านบาท เป็นตั๋วเงินอายุ 8 เดือน
นายทวี ไอศูรย์พิศาลศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ลงนามในหนังสือลงวันที่ 20 ก.พ. 2557 ถึงรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ระบุว่าคลังต้องการจัดหาเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ด้วยวิธีการกู้เงินแบบตั๋วสัญญาใช้เงิน โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งรัฐบาลจะรับภาระชำระเงินต้นและดอกเบี้ย
ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวได้เชิญรัฐวิสาหกิจเข้าประมูลตั๋วสัญญาใช้เงินอายุ8 เดือน วงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาทในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ที่ สบน. ชั้น 4 ในเวลาก่อน 10.00 น. และเบิกจ่ายวงเงินได้ในวันที่ 5 มี.ค.เป็นต้นไป
ด้าน นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ได้เซ็นอนุมัติให้ กปน.เข้าร่วมประมูลตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว 1,000 ล้านบาท
ขณะที่ สหภาพ กปน.ที่ทราบเรื่องได้สอบถามนายธนศักดิ์ ซึ่งได้รับคำอธิบายว่า รัฐบาลร้องขอมา จึงเห็นชอบเข้าร่วมโครงการ แต่สหภาพฯ ไม่เห็นด้วย และนัดพนักงานแต่งชุดดำประท้วงที่ กปน. วันที่ 26 ก.พ.นี้
ด้าน นางรัตนา กิจวรรณ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค และนายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยืนยันว่า ไม่ได้รับหนังสือเชิญให้เข้าประมูลตั๋วสัญญาใช้เงินจาก สบน.
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีข่าวว่าถูกรัฐบาลร้องขอให้ปล่อยกู้เงินเพื่อจ่ายชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ทั้งบริษัท ท่าอากาศยานไทย และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
นางปิยวรรณ ล่ามกิจจา ผู้อำนวยการสำนักบริหารหลักทรัพย์ของรัฐ (สคร.) ยืนยันกับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา ว่า สคร.ไม่มีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจนำเงินสภาพคล่องมาลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวตามกระแสข่าว การดำเนินงานทุกอย่าง สคร.จะยึดข้อกฎหมายและระเบียบของหน่วยงาน
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อใช้รับจำนำข้าว หรือออกพันธบัตรวงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และกระทรวงพาณิชย์จะระบายข้าวเปลือกได้เดือนละ 8,000 ล้านบาท ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. จะได้เงินรวม 1.6 หมื่นล้านบาท ทำให้มีกระแสเงินสดรวม 1.16 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่สามารถจัดหาเงินกู้และเงินจากการระบายข้าวได้ในเวลาอันสั้น ที่ประชุม ครม.จึงมีมติอนุมัติงบกลางสำรองจ่ายฉุกเฉินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายให้เกษตรกร แต่ต้องเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นชอบก่อน







