
ผบ.ทบ.สั่งจับตากลุ่มยุยงแบ่งฝ่ายพาดพิงสถาบัน
"ประยุทธ์" สวมหมวกรอง ผอ.รมน.สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดจับตากลุ่มยุยง แบ่งฝ่าย พาดพิงสถาบัน ส่งทหารคุม องค์กรอิสระ-ศาล-พื้นที่ล่อแหลม
"ประยุทธ์" สวมหมวกรอง ผอ.รมน.สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดจับตากลุ่มยุยง แบ่งฝ่าย พาดพิงสถาบัน ส่งทหารคุม องค์กรอิสระ-ศาล-พื้นที่ล่อแหลม
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ความรุนแรงที่มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองมีแนวโน้มจะยกระดับมากขึ้น โดยเฉพาะการโจมตีด้วยระเบิดและอาวุธสงครามทั้งในพื้นที่กทม.และต่างจังหวัด และอาจมีการนำมวลชนเข้าจัดการความขัดแย้งกันเองจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และรองผอ.รมน. ได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ช่วยกันติดตามสอดส่องการยุยงปลุกปั่นให้คนในสังคมเพิ่มความเกลียดชัง แบ่งฝ่าย บางครั้งเลยเถิดพาดพิงสถาบัน เพราะยิ่งจะทำให้ความขัดแย้งลุกลามขยายขอบเขตออกไปเป็นวงกว้าง อันเป็นการเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมาทับซ้อนกับปัญหาทางการเมืองที่มีอยู่แล้ว
โดยขอให้แต่ละจังหวัดพยายามทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนให้ยึดมั่นตามกรอบของกฎหมายเป็นหลัก และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เข้าทำการป้องกันและป้องปราม ระงับ ยับยั้งตามอำนาจหน้าที่ที่กฏหมายบัญญัติไว้โดยไม่ละเว้น
ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ. กล่าวว่า เนื่องจากมีเหตุรุนแรงมากขึ้น เพื่อการการสนับสนุน ศรส. และให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทบ.จึงได้มีการปรับงานรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยมีการปรับการวางกำลังให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง และป้องปราม
"มีการปรับเพิ่มให้มีจุดตรวจจำนวนมากขึ้นให้ครอบคลุมจุดเสี่ยงรอบพื้นที่ชุมนุม ที่ตั้งองค์กรอิสระ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หรือสถานที่ๆ อาจมีความล่อแหลมต่อการก่อเหตุความรุนแรง รวมถึงมีการปรับเส้นทางและเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนของชุดสายตรวจให้มากขึ้น"พ.อ.วินธัย กล่าว
สำหรับงานของชุดปฏิบัติการมวลชนยังคงพร้อมที่จะสามารถดูแลให้บริการกับ เจ้าหน้าที่. และประชาชนได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมประชุมสั่งการและ รับทราบการปรับกำลังทหารด้วยแล้ว







