
ปปช.แจงไม่เคยถ่วงคดีข้าวสมัยรัฐบาลมาร์ค
ปปช.แถลงไม่เคยถ่วงคดีข้าวสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ชี้เป็นความผิดเรื่องฮั้วต้องใช้เวลา เหน็บไม่ใช่เพื่อนเฟซบุ๊กนายกฯเลยตอบข้อสงสัยทางเฟซบุ๊กไม่ได้
ปปช.แถลงไม่เคยถ่วงคดีข้าวสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ชี้เป็นความผิดเรื่องฮั้วต้องใช้เวลา เหน็บไม่ใช่เพื่อนเฟซบุ๊กนายกฯเลยตอบข้อสงสัยทางเฟซบุ๊กไม่ได้
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. นายวิชา มหาคุณ โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของป.ป.ช.ในการไต่สวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งป.ป.ช.ขอชี้แจงว่าคณะกรรมการป.ป.ช.รับเรื่องดังกล่าวและเริ่มไต่สวนมาตั้งแต่เดือนธ.ค.2555 รวมเวลาจนถึงปัจจุบันประมาณหนึ่งปีเศษ ไม่ใช่ 21 วันตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าทางคณะกรรมการป.ป.ช.จะทำรายงานเผยแพร่อย่างเป็นทางการว่าการไต่สวนคดีทุจริตในรัฐบาลอภิสิทธิ์และน.ส.ยิ่งลักษณ์ของป.ป.ช.มีความคืบหน้าอย่างไรด้วย
"ส่วนเรื่องการขอรับทราบพยานหลักฐานและการคัดค้านไม่ให้ตนเองทำหน้าที่ทำหน้าที่เป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนนั้นทางป.ป.ช.ได้แจ้งให้นายกฯได้รับทราบแล้วตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการคัดค้านไม่ให้ตนเองทำหน้าที่คณะอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าคำคัดค้านดังกล่าวฟังไม่ขึ้น" นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวว่า ขณะเดียวกันคณะกรรมการป.ป.ช.ได้สรุปความคืบหน้าและปัญหาเกี่ยวกับการไต่สวนการระบายข้าวในโครงการประกันรายได้ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีสาระสำคัญว่า คดีนี้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ทำหน้าที่ไต่สวนร่วมกันทั้งคณะมาตลอด แต่กรณีนี้เป็นการร้องในความผิดฐานฮั้วประมูลที่มีเอกสารเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องเวลาในการทำงาน ซึ่งต่างจากการร้องเรียนในคดีจำนำข้าวที่เป็นลักษณะที่กล่าวหาว่าเป็นความผิดในเชิงนโยบาย นอกจากนี้ การไต่สวนคดีนี้จะต้องมีการเปลี่ยนตัวกรรมการป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบคดีอีกครั้ง หลังจากนายใจเด็ด พรไชยา กรรมการป.ป.ช.ที่เข้ามาทำคดีต่อจากนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป.ป.ช.กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งเพราะมีอายุครบ 70 ปีในเดือนมี.ค.นี้
โฆษกป.ป.ช.อธิบายอีกว่า สำหรับการไต่สวนโครงการประกันรายได้ที่ผ่านมามีอุปสรรคที่สำคัญตรงที่ไม่สามารถนำเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาได้ เพราะกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นผู้ครอบครองเอกสารได้อ้างว่าไม่มีเอกสารเนื่องจากมีเอกสารบางส่วนสูญหายระหว่างถูกน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ซึ่งในก่อนหน้านี้ในเดือนก.พ.ทางป.ป.ช.ได้ทำหนังสือสอบถามไปที่กรมการค้าต่างประเทศ องค์การคลังสินค้า และ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร แต่ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าวจนกระทั่งบัดนี้ อย่างไรก็ตาม พบว่าบริษัทสยามอินดิก้าได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบายข้าวด้วยเช่นกัน
"เอกสารที่ป.ป.ช.ต้องการจากหน่วยงานดังกล่าวมีจำนวนทั้ง 20 รายการ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เอกสารการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลเมื่อปี 2552 และ เอกสารการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลเมื่อปี 2553 ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติว่าจะทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์และส่วนราชการที่ครอบครองเอกสารให้เร่งจัดส่งเอกสารมาให้ป.ป.ช.ภายในเดือนมี.ค. มิเช่นนั้นจะถือว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเอกสารส่วนนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะถ้าไม่ได้จะทำให้ป.ป.ช.ไม่สามารถสรุปสำนวนได้ว่าโครงการนี้มีการทุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากถึงที่่สุดแล้วกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าเอกสารที่ป.ป.ช.ต้องการเกิดการสูญหายจริงทางป.ป.ช.ก็จะนำมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะไต่สวนคดีนี้อย่างไรต่อไป แต่อยากรมว.พาณิชย์ในปัจจุบันว่าขอให้ช่วยเร่งรัดการส่งเอกสารดังกล่าวมาให้ป.ป.ช.ด้วย" นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวว่า ส่วนการกำหนดให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ มารับข้อกล่าวหาทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 27 ก.พ.นั้น จนถึงขณะนี้ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับหนังสือจากนายกฯอย่างเป็นทางการว่าจะเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหรือไม่ โดยถ้านายกฯทำหนังสือมายังป.ป.ช.อย่างเป็นทางการว่าจะขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหา ทางป.ป.ช.จะนำมาพิจารณาว่าการขอเลื่อนของนายกฯมีเหตุผลสมควรที่จะให้เลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหรือไม่ต่อไป หรือถ้านายกฯไม่ประสงค์จะมารับข้อกล่าวหาด้วยตัวเองตามกฎหมายจะเป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ที่จะส่งข้อกล่าวหาไปให้นายกฯผ่านทางไปรษณีย์ตามขั้นตอน
"การมารับข้อกล่าวหาด้วยตัวเองมีความสำคัญตรงที่จะสามารถใช้สิทธิ์ขอคัดลอกเอกสารเกี่ยวกับการไต่สวนคดีนี้ได้ โดยจะไม่สามารถมอบหมายให้ทนายความหรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯมาทำหน้าที่รับข้อกล่าวหาหรือขอคัดลอกเอกสารแทนได้ ในที่นี้ป.ป.ช.ยังไม่อาจบอกได้ชัดเจนว่าจะสรุปสำนวนเพื่อมีความเห็นว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดมีมูลหรือไม่ได้ในช่วงเวลาไหน แต่ป.ป.ช.จะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตถ้านายกฯถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดก็จะมีผลให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ยังไม่พ้นจากตำแหน่งเพราะคนที่ทำให้นายกฯพ้นจากตำแหน่ง คือ วุฒิสภา"นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวว่า คณะอดีตสส.พรรคเพื่อไทยที่ได้มาพบกับป.ป.ช.ได้ฝากว่าขอให้ช่วยดูแลนายกฯหรือผ่อนผันให้บ้างในบางกรณีได้หรือไม่ ซึ่งป.ป.ช.ได้ชี้แจงกลับไปว่าถ้าเราผ่อนผันให้ภายหลังที่ป.ป.ช.ถูกข่มขู่อย่างหนัก ก็แสดงว่าเราไม่ได้เป็นองค์กรอิสระอีกต่อไป ในทางกลับกันถ้าเราจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และไม่ว่าจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากดดันป.ป.ช.ก็จะไม่มีผลเพราะป.ป.ช.ต้องทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระโดยไม่ยอมให้ถูกคุกคามจากฝ่ายใด
"แมวเวลาถูกกดหลังมันจะโก่งตัวขึ้น คุณดึงท้องมันมันก็จะไม่ยอม ฉันใดฉันนั้นองค์กรต่างๆที่ทำงานต้องไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การถูกข่มขู่คุกคามและความกดดัน"นายวิชา กล่าว
ทั้งนี้ในระหว่างการแถลงข่าวนายวิชา ได้กล่าวติดตลกเกี่ยวกับการใช้เฟซบุ๊กของนายกฯว่า "ที่จริงแล้วป.ป.ช.ก็ไม่ใช่เพื่อนของท่านที่จะตอบทางเฟซ อาจจะต้องแอ็ดกันก่อนนะแล้วเราถึงจะเป็นเพื่อนกันได้"







