
การบ้านข้อใหญ่
สิ่งที่ยากที่สุดของการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจก็คือ จะทำอย่างไรให้การเติบโตเป็นไปอย่างสมดุลมากที่สุด จะทำอย่างไรให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างสมดุล โดยเฉพาะกับเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีประชากรมากถึง 1,400 ล้านคน
สิ่งที่ยากที่สุดของการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจก็คือ จะทำอย่างไรให้การเติบโตเป็นไปอย่างสมดุลมากที่สุด จะทำอย่างไรให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างสมดุล โดยเฉพาะกับเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีประชากรมากถึง 1,400 ล้านคน
ต้องทำความเข้าใจครับว่า จีนผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกด้วยการอาศัยว่ามีประชากรเยอะ มีพลังการผลิตมาก จนได้รับการขนานนามว่าเป็นโรงงานผลิตของโลก
การผลิตของจีนนั้น อาศัยการแทรกแซงค่าเงินหยวนให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนปฏิบัติมานานเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับสินค้าจีนและการลงทุนในจีนที่มีต้นทุนการผลิตถูกกว่าในประเทศอื่น นั่นส่งผลให้บริษัทเอกชนทั่วโลกมุ่งหน้าตั้งฐานการผลิตในจีนทั้งสิ้นครับ
จุดเปลี่ยนหรือ เทิร์นนิง พอยต์ ที่สำคัญของจีนคือวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนอย่างรุนแรง วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐและทั่วโลกส่งผลต่อการส่งออกของจีนอย่างหนัก จนพญามังกรต้องหันมาปรับทัพกันใหม่ และเริ่มนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจที่จีนจะมุ่งสร้างสมดุลให้มากขึ้นระหว่างการส่งออกและการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศ
นั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจจีนในระยะนี้เริ่มลดความร้อนแรงลงภาคการผลิตของจีนหดตัวลงติดต่อกันหลายเดือนครับ
แต่ในขณะเดียวกัน ปริมาณการนำเข้าของจีนนั้น ในเดือน ม.ค. ได้เพิ่มขึ้นถึง 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณการกู้ในเดือน ก.พ.ก็เพิ่มมากขึ้นที่สุดในรอบหลายเดือน
ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนเริ่มเห็นผลเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
แต่การบ้านใหญ่ที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งต้องตระหนักก็คือ หากจีนจะหันมาพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากขึ้นนั้น จีนก็จำเป็นที่จะต้องลดการแทรกแซงเงินหยวนลงเช่นกัน เพราะถ้าหากค่าเงินหยวนยังอ่อนค่ากว่าความเป็นจริงเช่นนี้ แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย
ยกตัวอย่างของญี่ปุ่นให้เห็นกันชัดๆ การแทรกแซงค่าเงินเยนของทางการญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าญี่ปุ่นในตลาดโลกและเพื่อลดต้นทุนการผลิตในประเทศนั้น ในอีกด้านหนึ่งก็กำลังสร้างความเสียหายให้กับดุลการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นอย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะมูลค่าการนำเข้านั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว
สำหรับจีน การเพิ่มขึ้นของการนำเข้าถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าจีนจะปล่อยให้เงินหยวนอ่อนเกินจริงเช่นนี้ต่อไป ในภายภาคหน้าจะเจอปัญหาหนักไม่น้อยครับ







