
ลดทิฐิระงับความรุนแรง
ขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจและกลุ่มการเมืองต่างๆ แก้ไขปัญหาตามกลไกทางการเมืองในระบบ ใช้วิธีการที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ 24 ก.พ.2557
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าวิกฤตทางการเมืองกำลังขยายตัวกลายเป็นการใช้ความรุนแรง ทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายเพิ่มมากขึ้น อาจบานปลายกลายเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง และนำมาซึ่งความสูญเสียยิ่งกว่านี้
ที่น่าสลดใจไปกว่านั้นคือ เมื่อมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ผู้มีศรัทธาในกลุ่มการเมืองที่มีความเห็นอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม กลับรับทราบเรื่องด้วยกิริยาโห่ร้องยินดี
นี่เป็นสัญญาณอันตรายว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะลุกลามไปเป็นการปลุกปั่นประชาชนให้ลุกขึ้นมาเข่นฆ่าเพื่อนร่วมชาติ
สถานการณ์เช่นนี้จะนำประเทศไปสู่วิกฤตที่ทับทวียิ่งขึ้น และนำมาซึ่งความเสียหายอันมิอาจประเมินได้ ไม่ว่าต่อประเทศชาติ หรือชีวิตของประชาชนซึ่งมีค่ายิ่ง ไม่ว่าเขาจะมีทัศนคติทางการเมืองอย่างไร
ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร โดยสถานะของการเป็นรัฐบาลรักษาการและเป็นผู้นำของรัฐบาลรักษาการ คณะรัฐมนตรี และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องหาทางแก้ไขคลี่คลายปัญหาต่างๆ รวมถึงป้องกันการใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าประชาชนให้ได้ เพราะถ้ารัฐบาลไม่สามารถใช้กลไกอำนาจที่มีอยู่สร้างความสงบได้ ชัดแจ้งว่าเลือดอาจจะนองแผ่นดิน
ในฐานะนายกรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดในฝ่ายบริหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องแสดงการนำในการแก้ไขปัญหาเพื่อนำสันติสุขกลับมาสู่สังคมให้ได้ในเร็ววัน หาไม่แล้วก็ยากที่จะทำให้ประชาชนหรือนานาชาติเข้าใจได้ว่า การรักษาการโดยไม่อาจทำหน้าที่อะไรได้เลยนั้นจะเป็นประโยชน์และสามารถดำรงความชอบธรรมที่มีอยู่ตามตัวบทกฎหมายต่อไปได้อีก
เราขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจและกลุ่มการเมืองต่างๆ แก้ไขปัญหาตามกลไกทางการเมืองในระบบ ใช้วิธีการที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
เราเชื่อว่าด้วยเครื่องมือและกติกาเหล่านี้เพียงพอและสามารถจะแก้ไขปัญหาได้ หากนักการเมืองยินดีจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางการเมืองและลดทิฐิมานะลง เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนมากกว่าประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
ในภาวะที่การเมืองเป็นปัญหาเช่นนี้ เราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะนั่นเป็นการดำรงรักษาไว้ซึ่งความเชื่อถือ เชื่อมั่น ของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ได้ เจ้าหน้าที่รัฐต้องร่วมกันปกป้องมิให้ประชาชนได้รับภยันตราย ขณะที่ทุกฝ่ายต้องให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้วยความสุจริต ตรงไปตรงมา และยึดมั่นในระเบียบวินัย เช่นกัน
ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ทุกฝ่ายที่ไม่ว่าจะมีความเห็นหรือมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร ควรตระหนักว่าความรุนแรงมิใช่เรื่องน่ายินดีหรือเป็นทางออก แม้จะให้ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิต ล้มตายหรือบาดเจ็บเสียหายอย่างไรก็ตามแต่ใช่ว่าความขัดแย้งจะยุติจบสิ้นไปได้
หนทางสู่ประชาธิปไตยนั้น ต้องเริ่มจากการมีจิตใจเป็นประชาธิปไตย มีวัฒนธรรมเป็นประชาธิปไตย กฎ กติกา หรือรัฐธรรมนูญใดๆ ก็ไม่สำคัญเท่าการมีพื้นฐานที่ถูกต้องเช่นนี้ก่อน ฉะนั้นเราต้องเคารพความเห็นต่าง ต้องใช้ความอดทน ใช้การเจรจาต่อรอง และต่อสู้ทำความเข้าใจกันด้วยเหตุด้วยผล
ด้วยหนทางเช่นนี้เท่านั้น เราถึงจะร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งทุกฝ่ายต่างเรียกร้องหาได้
ขณะนี้ประเทศมิได้ถึงทางตันเพราะกฎหมาย หากแต่เราขาดนักการเมืองที่คิดถึงบ้านเมือง ขาดนักการเมืองที่เป็นรัฐบุรุษ และขาดเมตตาธรรมต่อกันต่างหาก







