posttoday
ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

23 กุมภาพันธ์ 2557

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ปี’57 อาจขยายตัวไม่เกินร้อยละ 4.1 จากปัจจัยกดดันด้านโครงสร้างและความเชื่อมั่นนักลงทุน

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ปี’57 อาจขยายตัวไม่เกินร้อยละ 4.1 จากปัจจัยกดดันด้านโครงสร้างและความเชื่อมั่นนักลงทุน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินภาพรวมการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของปี 2556 ที่ผ่านมา หดตัวร้อยละ 1.0 หรือมีมูลค่า 31,684 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากสินค้าส่งออกหลักในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกถึงร้อยละ 42.4 หดตัวมากถึงร้อยละ 11.7 ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ของคอมพิวเตอร์โลกที่ชะลอตัวลง สืบเนื่องจากความต้องการสินค้าทดแทนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต อย่างไรก็ดี ภาพรวมการส่งออกไม่ได้หดตัวสูงนัก เนื่องจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลักตัวอื่นๆ ยังสามารถขยายตัวได้ดี เพียงแต่มีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกที่ยังไม่สูงนัก เช่น ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ วงจรรวม วงจรพิมพ์ เซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น มีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 12.9, 22.8, 3.0 และ 2.3 การขยายตัวร้อยละ 13.5, 7.9, 53.7 และ 20.0 ตามลำดับ

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

แนวโน้มการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ปี’57.....คาดขยายตัวได้ในกรอบจำกัดที่ร้อยละ 1.9-4.1 
 
สำหรับแนวโน้มการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ปี 2557 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การส่งออกอาจจะขยายตัวได้ในกรอบที่จำกัด จากปัญหาด้านโครงสร้างการส่งออกยังพึ่งพิงอุปสงค์คอมพิวเตอร์โลกเป็นหลัก และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ลดลง อย่างไรก็ดี การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนที่มาช่วยให้ภาพรวมการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ปี 2557 สามารถขยายตัวได้ จากปัจจัยด้านมหภาคคือ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักเริ่มฟื้นตัว นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ จีนและญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีปัจจัยเฉพาะของภาคอุตสาหกรรมมาสนับสนุน ซึ่งมีรายละเอียดต่างๆดังต่อไปนี้

ปัญหาและอุปสรรค

---> โครงสร้างการส่งออกยังพึ่งพิงอุปสงค์คอมพิวเตอร์โลกเป็นหลัก

 แนวโน้มความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทคอมพิวเตอร์ในตลาดโลกมีทิศทางชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วงราวสองปีที่ผ่านมา ดังเห็นได้จากจำนวนขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกซึ่งหดตัวติดต่อกัน โดยในปี 2556 หดตัวถึงร้อยละ 10.1 สำหรับในปี 2557 คาดว่าจำนวนขายคอมพิวเตอร์โลกยังคงมีแนวโน้มหดตัวต่อแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง ซึ่งทาง IDC  คาดว่าจะหดตัวร้อยละ 3.8 จากแนวโน้มดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าน่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยซึ่งพึ่งพิงอุปสงค์คอมพิวเตอร์โลกเป็นหลัก ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

อิเล็กทรอนิกส์กลุ่มคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เป็นกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกปี 2556 มากที่สุดถึงร้อยละ 42.4 มูลค่าการส่งออก 13,438 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวร้อยละ 11.7 สินค้าหลักของอิเล็กทรอนิกส์กลุ่มนี้ คือ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (HDD) โดยไทยมีการผลิต HDD เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน สำหรับแนวโน้มการส่งออก HDD ของไทยในปี 2557 น่าจะได้รับผลกระทบจากการหดตัวของคอมพิวเตอร์โลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากจำนวนขาย HDD ราวร้อยละ 50 ใช้เพื่อเป็นส่วนประกอบในการผลิตคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ดี ความต้องการ HDD ของตลาดโลกในการใช้งานด้านอื่นๆยังคงมี เช่น ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ (Cloud Storage) ผ่านการใช้งานของผู้ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งการใช้งาน Cloud Storage ได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างมากโดยเฉพาะในสหรัฐฯ นอกเหนือจากนั้น ทางผู้ผลิตเองได้พยายามคิดนวัตกรรมเพื่อเข้ามากระตุ้นตลาดในรูปแบบของการผสมผสานระหว่าง HDD และ Solid State Drive (SSD) หรือที่เรียกว่า Solid State Hybrid Drive (SSHD) ซึ่งได้มีการผลิตแล้วในไทย และมีจุดเด่นเรื่องความเร็วที่เทียบเคียง SSD แต่มีความจุระดับ HDD ในราคาที่ย่อมเยากว่า SSD มาก และใช้พลังงานต่ำ ซึ่งคาดหวังในการกระตุ้นตลาดฮาร์ดดิสก์แบบพกพา เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาผกพาง่าย (Ultrabook) และแบบกึ่งแท็บเล็ตซึ่งสามารถถอดจอเป็นแท็บเล็ตได้ 

อิเล็กทรอนิกส์กลุ่มวงจรรวม เป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญเนื่องจากมีสัดส่วนการส่งออกมากเป็นอันดับสอง โดยในปี 2556 มูลค่าการส่งออกวงจรรวมมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 22.8 คิดเป็นมูลค่า 7,214 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 7.9 โครงสร้างการส่งออกวงจรรวมแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆคือ 1.โปรเซสเซอร์และคอนโทรลเลอร์ 2.วงจรรวมอื่นๆไม่รวมโปรเซสเซอร์และคอนโทรลเลอร์  3.หน่วยความจำ 4.แอมพลิไฟเออร์   (ใช้มากในสมาร์ทโฟนในส่วนของคลื่นความถี่วิทยุ) 5.ชิ้นส่วนวงจรรวมและส่วนประกอบ การลดลงของอุปสงค์คอมพิวเตอร์โลกกระทบการส่งออกวงจรรวมประเภทโปรเซสเซอร์และคอนโทรลเลอร์ของไทย โดยเฉพาะในส่วนของคอนโทรลเลอร์ เนื่องจาก คอนโทรลเลอร์ถูกใช้มากใน HDD ปริมาณความต้องการ HDD โลกลดลงมาจากความต้องการคอมพิวเตอร์โลกที่ลดลงดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น เป็นผลให้การส่งออกวงจรรวมประเภทโปรเซสเซอร์และคอนโทรลเลอร์ของไทย (สัดส่วนร้อยละ 30.5 ของวงจรรวมทั้งหมด) หดตัวร้อยละ 5.7 ขณะที่จีน (สัดส่วนร้อยละ 42.6 ของวงจรรวมทั้งหมด) ขยายตัวถึงร้อยละ 38.5 เนื่องจากจีนผลิตวงจรรวมประเภทโปรเซสเซอร์ที่ใช้เป็นส่วนในการประมวลผลของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ จีนยังผลิตวงจรรวมประเภทอื่นๆที่เป็นส่วนประกอบของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจำนวนมาก เช่น หน่วยความจำ แอมพลิไฟเออร์ เป็นต้น ทำให้ภาพรวมการส่งออกวงจรรวมของจีนขยายตัวถึงร้อยละ 63.8 เปรียบเทียบกับไทยขยายตัวที่ร้อยละ 7.9 สำหรับในปี 2557 ภาพรวมการส่งออกวงจรรวมของไทย คาดว่าน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จากความต้องการอิเล็กทรอนิกส์โลกเพิ่มสูงขึ้น ทำให้วงจรรวมซึ่งเป็นอิเล็กทรอนิกส์ขั้นกลางน้ำเป็นที่ต้องการตามไปด้วย สำหรับประเภทของวงจรรวมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดี คือ วงจรรวมประเภทอื่นๆที่ไม่รวมโปรเซสเซอร์และคอนโทรลเลอร์ หน่วยความจำ และชิ้นส่วนวงจรรวมและส่วนประกอบ แต่สำหรับวงจรรวมประเภทโปรเซสเซอร์และคอนโทรลเลอร์ โดยเฉพาะคอนโทรลเลอร์อาจจะยังคงได้รับแรงกดดันจากการหดตัวของคอมพิวเตอร์โลกอยู่บ้าง

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

---> ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ลดลง

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอาจสะท้อนผ่านมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งในปี 2556 ที่ผ่านมาพบว่ามูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ลดลงถึงร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่ขยายตัวถึงร้อยละ 99 โดยสาเหตุของการลดลงอาจจะมาจากหลายปัจจัย อาทิ ร่างนโยบายการลงทุนใหม่ของ BOI ที่มุ่งเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งนโยบายดังกล่าวมีผลต่อการเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยค่อนข้างมาก กล่าวคือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำและมีการแข่งขันทางราคาค่อนข้างสูงมีแนวโน้มที่จะไม่เพิ่มการลงทุนและไม่เข้ามาผลิตในไทย อย่างเช่น การผลิตวงจรรวมสำหรับสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างสูง ประกอบกับร่างนโยบายการลงทุนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นพิจารณายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจน

สำหรับในปี 2557 ปัจจัยความไม่มั่นคงทางการเมืองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มากดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น เนื่องจากนโยบายการส่งเสริมและการสร้างความมั่นใจในการลงทุนต่างๆอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง หากเหตุการณ์ยังยืดเยื้อ อาจจะทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนหรือไม่เพิ่มการลงทุนในไทย หรือบางส่วนอาจเลือกหรือย้ายฐานการผลิตไปลงทุนยังประเทศอื่นที่มีโครงสร้างอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์คล้ายคลึงกับไทย อาทิ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์  ทั้งนี้ การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ลดลงอาจกดดันมูลค่าการส่งออกในระยะปานกลาง โดยเฉพาะในส่วนของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆสู่ตลาด

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

 

ปัจจัยสนับสนุน

---> เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักเริ่มฟื้นตัว

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2557 เริ่มส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นซึ่งน่าจะส่งผลผลักดันให้ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐฯปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา รองลงมาเป็นเศรษฐกิจยุโรปคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องเช่นกัน การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐฯและยุโรปส่วนใหญ่จะเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ (Cloud computing) ซึ่งยังคงมีแนวโน้มความต้องการอยู่ ด้านเศรษฐกิจอาเซียนน่าจะปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกจากการที่อาเซียนเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญของโลก อิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยส่งออกไปยังอาเซียนจำนวนมากคือ วงจรรวมซึ่งเป็นอิเล็กทรอนิกส์กลางน้ำสำคัญที่ต้องการของตลาดโลก สำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มการลงทุนและส่งออกดีขึ้น การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไปญี่ปุ่นส่วนใหญ่คือ วงจรรวมและเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการของตลาดโลก ท้ายสุดเศรษฐกิจจีนน่าจะขยายตัวใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา การขยายตัวการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไปจีนคาดว่าจะปรับตัวได้ไม่สูงนักเนื่องจากสินค้าที่ส่งไปส่วนใหญ่เป็น HDD และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์คอมพิวเตอร์โลก เนื่องจากจีนนำเข้าชิ้นส่วนดังกล่าวจากไทยเพื่อประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ส่งออกต่อสู่ตลาดโลก

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยต้องเร่งปรับตัว

---> แนวโน้มความต้องการอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นมาก

จากความนิยมของรถยนต์ประเภทไฮบริดและไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศทำให้ความต้องการอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นกว่าในอดีตมาก จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้คาดได้ว่าในอนาคตอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์จะมีการใช้อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้น จากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีรถยนต์จากการใช้น้ำมันมาเป็นไฟฟ้า รวมทั้งการใช้อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการขับขี่ ทำให้มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในอิเล็กทรอนิกส์ประเภทวงจรพิมพ์ วงจรรวม เซ็นเซอร์ต่างๆ ระบบชาร์จและแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ และในปีที่ผ่านมา อิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ยังได้รับแรงสนับสนุนจากร่างนโยบายส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่จะปรับใหม่ โดยเน้นให้สิทธิประโยชน์สูงสุดกับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อย่างเช่น ระบบเบรก ABS ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แบตเตอรีไฮบริด ระบบควบคุมรถยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เป็นผลให้ภาพรวมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ของไทยขยายตัวอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี

---> ความต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น

จากการเติบโตของผู้ให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ (Cloud Storage) ซึ่งแต่ละค่ายก็มีการแข่งขันกันสูงมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ผู้ให้บริการหลักจะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต บริษัทซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ สำหรับปี 2557 คาดว่าความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเติบโตของโซเชียลมีเดีย อย่างเช่น การอัพโหลดรูป วีดีโอต่างๆ ทำให้ผู้ให้บริการจำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลตามไปด้วย ส่งผลให้ความต้องการ HDD ยังคงมีอยู่ และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ผลิต Cloud computing ยังมีแนวโน้มเติบโต

 จากปัจจัยและแนวโน้มดังกล่าวข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ภาพรวมของมูลค่าการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในปี 2557 อาจขยายตัวได้ในกรอบจำกัดที่ร้อยละ 1.9-4.1 (YoY) หรือมีมูลค่าประมาณ 32,300-33,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

โอกาสของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าสนใจ
 
โอกาสของการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะการนำอิเล็กทรอนิกส์ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยการทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆในชีวิตประจำวันถูกพัฒนาเป็นระบบการทำงานอัจฉริยะ อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือธรรมดาพัฒนาเป็นสมาร์ทโฟน เครื่องดูดฝุ่นพัฒนาเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เป็นต้น สำหรับประเทศไทยเอง การที่เป็นฐานผลิตรถยนต์อันดับ 9 ของโลกส่งผลต่อเนื่องให้อิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ขยายตัวอย่างมาก และในอนาคตการที่ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าก็น่าจะเป็นโอกาสหนึ่งให้การเติบโตของอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัวสูงได้เช่นกัน สำหรับโอกาสของอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่น่าสนใจ เช่น ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ เสื้อผ้าอัจฉริยะสำหรับใช้ในการตรวจดูการทำงานของร่างกาย ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ควบคู่กับการที่ไทยจะก้าวสู่การเป็นประเทศศูนย์กลางทางการแพทย์ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท