posttoday
นัยแห่งตัวเลข

นัยแห่งตัวเลข

22 กุมภาพันธ์ 2557

เราท่านได้ยินเรื่องของตัวเลขหรือการกล่าวอ้างถึงตัวเลขกันมากมายหลายทาง และในหลายเรื่อง ซึ่งตัวเลขบ่อยครั้งก็ทำให้คนรู้สึกแช่มชื่น แต่ก็บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่ทำให้คนรู้สึกหดหู่

เราท่านได้ยินเรื่องของตัวเลขหรือการกล่าวอ้างถึงตัวเลขกันมากมายหลายทาง และในหลายเรื่อง ซึ่งตัวเลขบ่อยครั้งก็ทำให้คนรู้สึกแช่มชื่น แต่ก็บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่ทำให้คนรู้สึกหดหู่

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขแต่ละตัวเมื่อนำมาผนวกกับเหตุการณ์ หรือสถานการณ์บางอย่าง บางประการ จะมีนัยที่ทำให้เราสามารถขบคิดอะไรได้หลายๆ ประเด็น

ตัวเลขที่น่าจะนำมาพิจารณาในบ้านเมืองไทยเราในห้วงเวลาปัจจุบันนี้ แน่นอนมีอยู่หลายตัว แล้วแต่จะหยิบยกเอาสิ่งใดเป็นเนื้อหาของการพิจารณา หากเป็นเรื่องปากท้องของประชาชน ก็อาจจะเป็นตัวเลขของชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าว หากเป็นเศรษฐกิจ ก็อาจจะเป็นราคาหุ้นแต่ละตัวที่ขึ้นลงในตลาดหุ้น และถ้าหากเป็นเรื่องของการเมือง ก็อาจจะเป็นตัวเลขที่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ที่เพิ่งผ่านไป

ตัวเลขสองสามตัวจากการเลือกตั้งในวันดังกล่าว สามารถชี้ให้เห็นเรื่องราวหลายประเด็น ตัวเลขแรก มีผู้มาใช้สิทธิแล้วเลือกพรรคหนึ่งพรรคใดราวๆ 14 ล้านคน ตัวเลขที่สอง มีผู้ไม่มาใช้สิทธิ โดยเทียบเอากับตัวเลขของผู้ที่ปกติมาใช้สิทธิ ก็ประมาณ 10 กว่าล้าน ตัวเลขที่สาม ผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนนรวมกับผู้ทำบัตรเสีย ก็ประมาณร่วม 6 ล้าน ตัวเลขเหล่านี้นำมาพิจารณาอะไรได้บ้าง

ในภาวะปกติตัวเลขเหล่านี้จะแสดงออกถึงความชอบ หรือประโยชน์แห่งนโยบายที่ประชาชนมอง แล้วจึงเลือกผู้ที่ตนเห็นว่าจะนำมาซึ่งประโยชน์ หรือทำให้ตนเกิดความชอบนั้น แต่ตัวเลขหลายๆ ตัวที่ได้บอกไปกลับไม่ได้เป็นตัวเลขที่แสดงออกเช่นนั้น หากแต่เป็นตัวเลขแห่งความ ไม่ชอบไปจนถึงตัวเลขแห่งความเกลียดชัง

เลขตัวแรก ประมาณ 14 ล้าน ชี้วัดว่า มีคนที่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง และก็คงจะเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก ตัวเลขนี้ คือ ความไม่ชอบ หรือเกลียดชังที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์และมวลมหาประชาชน ตัวเลขที่สองกับตัวเลขที่สามนำมารวมกันราวๆ 16 ล้าน เป็นผู้ที่ไม่ชอบ หรือเกลียดชังพรรคเพื่อไทยและบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย รวมถึงคนเสื้อแดงทุกหมู่เหล่า

เมื่อมีตัวเลขเหล่านี้ ซึ่งหากพิจารณาดูแล้วจะพบว่าเป็นตัวเลขที่พอๆ กัน นั่นเท่ากับว่าใครก็ตามในแต่ละฟากฝั่งมาบริหารประเทศ ก็จะต้องบริหารท่ามกลางความเกลียดชังของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างมากมาย ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงคนที่ไม่เคยเห็นด้วยกับการเลือกตั้งมาเลยที่เราเรียกพวกเขาว่า คนนอนหลับทับสิทธิ ซึ่งอันที่จริงกลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่เคยเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใด ดังนั้น เขาจึงไม่ออกมาใช้สิทธิกัน กับบรรดาผู้ที่ยัง ไม่มีโอกาสใช้สิทธิอีกรวมกันราวๆ 37 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่า ตัวเลขสามตัวที่กล่าวไปรวมกัน คนเหล่านี้ต้องการอะไรที่ไปได้ระหว่างสองฝักฝ่าย

เมื่อพิจารณาตัวเลขเหล่านี้ จะพบว่าการเลือกตั้งในห้วงเวลานี้ไม่ใช่ คำตอบ หากแต่จะเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความร้าวฉานของบ้านเมืองให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น และถ้ายังคงไม่ยอมรับและทู่ซี้ต่อไป บรรดาตอทั้งหลายที่ได้เคยฝังกันเอาไว้ภายใต้นิทานการเลือกตั้งก็จะค่อยๆ ผุดขึ้นมา ซึ่งนั่นมองมุมกลับก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ พวกเราจะได้เห็นสัจธรรมอะไรบางอย่างกันเสียที และเปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีทำ บ้านเมืองก็คงจะมีทางออก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์