
ช่วยกันปลดชนวน
คนไทยทั้งประเทศต่างแสดงความเห็นอกเห็นใจกระดูกสันหลังของชาติในฐานะเป็นคนทำนาปลูกข้าวให้เรากินจนเติบโตมาจนทุกวันนี้
คนไทยทั้งประเทศต่างแสดงความเห็นอกเห็นใจกระดูกสันหลังของชาติในฐานะเป็นคนทำนาปลูกข้าวให้เรากินจนเติบโตมาจนทุกวันนี้
ในวันที่ชาวนาบากหน้าขับรถอีแต๋นบุกเมืองหลวงมาทวงหนี้รัฐบาลจากโครงการจำนำข้าว พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา และพรรคพลังชล กลับไปรวมตัวกันในโรงแรมกลางเมืองเพื่อหารือกันถึงการเลือกตั้ง
พรรคการเมืองเหล่านี้วิตกว่าการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องเปิดประชุมรัฐสภา จึงออกแถลงการณ์กดดัน กกต. จัดการเลือกตั้งให้เสร็จโดยเร็ว โดยอ้างว่าไม่เช่นนั้นจะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ
อ้างด้วยว่า หากว่างเว้นไม่มีรัฐบาลเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ เช่น การเบิกจ่ายงบประมาณ การอนุมัติโครงการ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ความน่าเชื่อถือของประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
พรรคการเมืองเหล่านี้ยังเห็นว่าการเลือกตั้งที่ล่าช้าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที เช่น การจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนา
แม้พรรคร่วมรัฐบาลมีสิทธิหารือและมีข้อเสนอใดๆ ก็ได้ แต่ดูเจตนาในครั้งนี้แล้ว เป็นไปเพียงเพื่อให้การเลือกตั้งจบแล้วพรรคเสียงข้างมากจะได้ตั้งรัฐบาลมาบริหารประเทศเท่านั้น
ดังนั้น นักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลควรคิดให้ถ่องแท้ว่าปัญหาความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันมาจากสาเหตุใดกันแน่
เกิดจากพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย จนถูกประชาชนเรือนล้านต้องออกมาชุมนุมคัดค้านใช่หรือไม่ การชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 3 เดือน และส่งผลกระทบไปในหลายมิติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักการเมืองในคณะรัฐบาลพากันกอดซากศพที่สิ้นสภาพโดยมิได้ร่วมกันคิดหาทางออกที่เป็นไปได้ใช่หรือไม่
สถานการณ์ความขัดแย้งขณะนี้ดำเนินไปไกลเกินกว่าจะมานั่งนับคะแนนเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว แต่ผู้อาสาจะเข้ามารับใช้ประชาชนต้องคิดให้จงหนักก็คือ จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ได้อย่างไร
ทั้งนี้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้หมดความอดทนกับนักการเมืองที่เกาะกินประเทศอยู่เพียงไม่กี่กลุ่มไม่กี่ตระกูลได้อีกต่อไป
โดยเฉพาะสถานการณ์เฉพาะหน้า พรรคร่วมรัฐบาลควรหารือกันว่ารัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันยังมีความสามารถหาเงินมาใช้หนี้ชาวนาได้อยู่หรือไม่ และการที่คณะรัฐบาลต้องหลบๆ ซ่อนๆ ผู้นำประเทศต้องซุกอยู่เซฟเฮาส์ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างสง่าผ่าเผยได้ ยังจะคงสภาพรัฐบาลในสภาพเช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่
หากยึดประโยชน์ประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง พรรคการเมืองจะเป็นส่วนสำคัญในการปลดชนวนความขัดแย้งที่เป็นอยู่ได้







