
กคป.ยึดกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ
หมอระวียินดีทำตามคำสั่งศาลหลังได้ประกันตัว กคป.ตั้งคณะกก.ชุดใหม่ ขับเคลื่อนปฎิรูปยางพารา-ข้าว-พลังงาน
หมอระวียินดีทำตามคำสั่งศาลหลังได้ประกันตัว กคป.ตั้งคณะกก.ชุดใหม่ ขับเคลื่อนปฎิรูปยางพารา-ข้าว-พลังงาน
กลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย หรือ กคป. เคลื่อนมวลชนมายึดกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ย่านยศเส ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานของกระทรวงพลังงานเพื่อใช้เป็นที่ปักหลักชุมนุมแห่งใหม่ โดยมีการเคลื่อนขบวนตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจากสนามม้านางเลิ้งที่ใช้เป็นที่ปักหลักชั่วคราว หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอคืนพื้นที่ ของกลุ่ม กคป. ที่บริเวณด้านหน้า อาคารกระทรวงพลังงาน และอาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ ซึ่งผู้ชุมนุมและแกนนำส่วนนึงถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวรชายแดนภาค1จ.ปทุมธานี ก่อนได้รับการประกันตัวออกมา
นพ. ระวี มาศชมาดล อดีตแกนนำกคป.ได้แถลงการณ์ในบริเวณพื้นที่ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเพื่อแสดงถึงเจตนารมย์ และแนวทางการเคลื่อนไหว หลังมีการสลายการชุมนุมและจับแกนนำกคป.ที่สำนักงานใหญ่ปตท.เมื่อวันที่ 18 ก.พ. โดยนพ.ระวีและผู้ชุมนุมได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 20 ก.พ.
"ยันกคป.จะยังเคลื่อนไหวเข้มข้น"
นพ.ระวี มาศฉมาดล อดีตแกนนำกคป.กล่าวว่าตนและแกนนำร่วม นายทศพล แก้วทิมา ยินดีจะปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยตนจะลดบทบาทเป็นเพียงที่ปรึกษาในการเคลื่อนไหว และได้ตั้งคกก.ชุดใหม่นำโดยนายธวัชชัย พรหมจัน เพื่อเดินหน้ารณรงค์การปฏิรูปพลังงานไทย
นอกจากนั้น กคป.จะมีการเน้นประเด็นขับเคลื่อนในเรื่องการปฏิรูปยางพาราและข้าวร่วมกับประเด็นการปฏิรูปพลังงานไปพร้อมกัน โดยกคป.ได้มีเครือข่ายเกษตรกรมาร่วมทัพ ได้แก่ ภาคีเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้และเครือข่าวชาวนาภาคอีสาน ยืนยันว่าเจตนารมย์การทวงคืนพลังงานเพื่อประชาชนนั้นยังคงอยู่ วันหนึ่ง กคป.จะไปปิดกระทรวงพลังงานและสำนักงานปตท.อีกแน่นอน
ในขณะที่นายทศพลกล่าวว่าศาลห้ามไม่ให้ตนยุยงปลุกปั่น แต่ไม่ได้ห้ามให้หยุดการเคลื่อนไหวตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ตนจึงยังจะใช้สิทธิของปชช.ร่วมชุมนุมกับพี่น้อง
"คกก.ชุดใหม่ยืนยันเดินตามแนวทางเดิม"
นายธวัชชัย พรหมจัน ตัวแทนคกก. กคป.ชุดใหม่กล่าวว่า ตนยืนยันที่จะเป็นแนวร่วมกปปส.เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ และจะเดินหน้าสนับสนุนการปฏิรูปประเทศไทยในทุกด้าน โดยการปฏิรูปพลังงานไทยต้องทำเป็นลำดับต้นๆ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. เวลา 05.30 น. คกก.ชุดใหม่ได้พามวลชนจำนวนหนึ่งออกจากสนามม้านางเลิ้งมาปักหลักที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และคาดว่าจะมีการปักหลักที่นี่ระยะหนึ่ง
"เตรียมฟ้องศรส. ใส่ร้าย ทำเกินกว่าเหตุ"
นพ. ระวี กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์เข้าสลายการชุมนุมที่หน้าปตท.เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ว่า ทางผู้ชุมนุมได้ยืนหยัดต่อสู้ด้วยสันติอหิงสา ยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุมโดยไม่ขัดขืน แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งๆที่ผู้ชุมนุมยินดีให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม แต่เจ้าหน้าที่ยังมีการรัดแขนผู้ชุมนุมไขว้หลังโดยไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การจับกุมครั้งนี้จึงเกินกว่าเหตุ และยังมีการจัดฉากว่าพบอาวุธในพื้นที่ชุมนุม ทั้งๆที่ในบันทึกการจับกุมกลับไม่มีรายการอาวุธที่เจ้าหน้าที่กล่าวอ้าง ซึ่งตนจะให้ทนายดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ต่อไป
"ทนายย้ำรบ.และศรส.จัดฉาก ละเมิดสิทธิปชช."
นายประยงค์ ไชยศรี ทนายประจำกคป. ตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งศรส.ว่า ในบันทึกการจับกุมผู้ชุมนุมและในเอกสารบัญชีของกลาง ไม่ปรากฎมีรายการอาวุธร้ายแรงตามที่ตำรวจให้ข่าวกับสื่อมวลชน นอกจากนั้น ข้อหาในการจับกุมนั้นมีเพียง3ข้อ คือ 1. ทำผิดพรก.ฉุกเฉิน 2.บุกรุกสถานที่ราชการ 3.ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาติ ไม่ปรากฎข้อหาครอบครองอาวุธ จึงเป็นที่ชัดเจนว่า รบ.และศรส.จัดฉากและละเมิดสิทธิเสรีภาพปชช. ทางตนจึงจะไปดูว่าเหตุสลายผู้ชุมนุมที่สำนักงานปตท.นั้นเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างไรบ้าง เบื้องต้น จะดำเนินการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่และศรส.สามข้อ คือ 1.ข้อหาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ขณะนี้กำลังสำรวจข้อมูลความเสียหาย 2.ข้อหากล่าวให้ร้ายเรื่องการครอบครองอาวุธ 3.ข้อหาทำเกินกว่าเหตุ.







