posttoday
ชำแหละ กม.ทรัพย์สินฯที่ยังบิดเบี้ยว (1)

ชำแหละ กม.ทรัพย์สินฯที่ยังบิดเบี้ยว (1)

21 กุมภาพันธ์ 2557

ข้อสังเกตประการหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงอย่างน่าสนใจ เมื่อกระแสการเจรจาเขตการค้าเสรี ทั้งเอฟทีเอไทยอียู และทีพีพี โหมหนักขึ้นก็คือ ประเทศสหรัฐและอียู ต่างกดดันให้ประเทศคู่เจรจาต้องปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มข้น และเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้

ข้อสังเกตประการหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงอย่างน่าสนใจ เมื่อกระแสการเจรจาเขตการค้าเสรี ทั้งเอฟทีเอไทยอียู และทีพีพี โหมหนักขึ้นก็คือ ประเทศสหรัฐและอียู ต่างกดดันให้ประเทศคู่เจรจาต้องปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มข้น และเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้

เป็นที่รับรู้กันดีว่า ประเทศตะวันตกทั้งสองครอบครองผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากกว่าใครในโลก และในสภาวะที่อียูและสหรัฐยังจมปลักในวังวนวิกฤตเศรษฐกิจ หากสามารถทำให้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเอื้อประโยชน์ให้ตนได้แล้ว ย่อมหมายถึงการเก็บกินบุญเก่าต่อไปอีกยาวนาน ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเช่นไทย ต้องแบกรับผลกระทบ ทว่ากลับมีงานศึกษาผลกระทบจากกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพียงน้อยนิด

รากฐานความคิดของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์วางอยู่บนทฤษฎีการผูกขาด ที่เชื่อว่าการให้สิทธิผูกขาดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้น และเปิดเผยการประดิษฐ์ต่อสาธารณะ ในโลกความเป็นจริง บ่อยครั้งแนวคิดว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา กลายเป็นคมมีดที่หันเข้าทิ่มแทงสังคม ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) อธิบายถึงงานศึกษาในต่างประเทศหลายชิ้นว่า

“ระบบสิทธิบัตรช่วงหลังถูกศึกษาในประเทศพัฒนาแล้วว่าเป็นระบบที่เต็มไปด้วยปัญหา ซึ่งขัดกับทฤษฎีที่เคยเชื่อว่าการผูกขาดช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ มีสิทธิบัตรจำนวนมากที่ไม่ควรได้ แต่ก็ได้ ตัวอย่างเช่น การทำพีนัตบัตเตอร์ แซนด์วิช ซึ่งเป็นการทำแซนด์วิชธรรมดา แต่ได้สิทธิบัตร หรือวิธีการออกกำลังกายให้แมว วิธีการโยกชิงช้าให้สูง แสดงให้เห็นว่า กระบวนการจดสิทธิบัตร แม้แต่ในประเทศสหรัฐก็มีปัญหาอยู่เยอะมาก”

ยังมีกรณียารักษาโรคหลายชนิด หรือ “ข้าวทองคำ” ซึ่งช่วยรักษาโรคตาบอดจากการขาดวิตามินเอ ที่เกือบไม่ได้ผลิตออกมา เนื่องจากติดปัญหาสิทธิบัตร รวมถึงการใช้สิทธิบัตรข่มขู่คู่แข่งโดยไม่เป็นธรรม ที่เกิดอย่างกว้างขวางในสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีงานศึกษาพบอีกว่า การลอกเลียน ไม่มีผลในการลดความคิดสร้างสรรค์ ในบางสถานการณ์ กลับยิ่งทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นด้วยซ้ำ

ถึงกระนั้น ความเชื่อในทฤษฎีการผูกขาดและการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด ก็ดูจะเป็นสิ่งที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ยึดถือไว้แน่นหนามาโดยตลอด และหลายครั้งตอบไม่ได้ว่าเพื่ออะไร ซึ่ง ดร.สมเกียรติ เห็นว่า กรมทรัพย์สินฯ ควรต้องสร้างขีดความสามารถด้านวิชาการ เปิดรับข้อมูลและแนวคิดจากแหล่งต่างๆ ให้หลากหลายกว่าที่เป็นอยู่

ปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ดร.สมเกียรติ เปิดตัวงานวิจัย “นิติเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์การเมืองของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา” โดยใช้เครื่องมือทรงพลังอย่างเศรษฐศาสตร์ชำแหละระบบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทำให้ค้นพบความบิดเบี้ยวบางประการ เพราะในมุมเศรษฐศาสตร์ ถ้าสังคมมีระบบกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพจะก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรที่ไม่จำเป็น หรือเกิดการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ดร.สมเกียรติ ฉายภาพเบื้องต้นของระบบยุติธรรมของไทย จากมุมมองนิติเศรษฐศาสตร์ว่า ระบบยุติธรรมของไทยใช้กระบวนการทางอาญาเป็นหลักในการระงับข้อพิพาท กำหนดโทษปรับต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมมาก และมักลงโทษผู้กระทำความผิดด้วยการจำคุก

เมื่อนำกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและคดีที่ขึ้นสู่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาวิเคราะห์ก็พบว่า ในคดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญามักเลือกดำเนินคดีอาญาเป็นทางเลือกแรก โดยแจ้งความต่อตำรวจแล้วส่งให้อัยการฟ้อง ซึ่งคดีส่วนใหญ่พบว่า อัยการเป็นโจทก์ฟ้องร้องให้แก่บริษัทข้ามชาติ และบริษัทเหล่านั้นจะขอเป็นโจทก์ร่วม เนื่องจากสามารถใช้โทษทางอาญาข่มขู่จำเลย และในคดีลิขสิทธิ์การฟ้องอาญา ยังอาจทำให้ได้ค่าปรับกึ่งหนึ่ง โดยไม่ตัดสิทธิฟ้องแพ่งอีกด้วย

ขณะที่คดีเกี่ยวกับสิทธิบัตร เจ้าของสิทธิบัตรจะฟ้องแพ่งและจ้างทนายด้วยตนเองเป็นหลัก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความรู้ด้านสิทธิบัตร ประกอบกับคดีสิทธิบัตรมีความซับซ้อน และศาลมักตัดสินคดีค่อนข้างเข้มงวด

จุดที่น่าขบคิดก็คือ คดีทรัพย์สินทางปัญญาส่วนใหญ่เป็นคดีอาญา ทั้งที่ส่วนใหญ่เป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชน ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรมระหว่างเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญากับผู้ถูกกล่าวหา และระหว่างเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญากับผู้เสียภาษี เพราะการที่อัยการเป็นโจทก์ให้แก่บริษัทข้ามชาติ นั่นหมายความว่า รัฐกำลังใช้ทรัพยากรสาธารณะไปกับการระงับข้อพิพาทของเอกชน ตลอดจนทำให้เกิดการข่มขู่รีดไถ

คำถามอยู่ที่ว่า ระบบเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท