
ปมการเมือง ชาติไทยฯ-รัฐบาลเบื้องลึก"ชาดา"นำชาวนาบุกกรุง
เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่จู่ๆ สส.ในพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่จู่ๆ สส.ในพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา จะนำทัพชาวนาเดินทางด้วยขบวนรถที่ใช้ในการเกษตรนานาชนิด ทั้งรถอีแต๋น รถอีแต็ก (รถไถนาแบบเดินตามลากจูง) และรถไถนาร่วม 300 คัน นำชาวนาในพื้นที่ภาคกลางจาก จ.อุทัยธานี สมทบกับ จ.ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง และสิงห์บุรี เคลื่อนขบวนเข้ากรุง
“รัฐบาลผิดสัญญามาตลอด ผมในฐานะ สส.รัฐบาล สังกัดพรรคที่ดูแลกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องตัดสินใจมาช่วยชาวนา” ชาดา ระบุถึงเหตุผลที่ออกมานำขบวนชาวนาบุกกรุง
สส.อุทัยธานี กล่าวว่า ช่วงเดือน ก.ย. 2556ชาวนาอุทัยธานีได้ลุกฮือขึ้นทวงถามเงินค่าจำนำข้าวในฤดูกาล 2555/2556 ที่รัฐบาลค้างจ่ายมาหลายเดือน ครั้งนั้นเขาก็เป็นตัวแทนรัฐบาลเจรจากับชาวนา แต่ต่อมาในฤดูกาล 2556/2557 รัฐบาลก็ติดค้างค่าจำนำข้าวอีก รับปากว่าจะจ่ายให้ไม่เกินภายในเดือน ม.ค. 2557 แต่จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าชาวนาจะได้รับเงิน เขาถูกรบเร้าไถ่ถามจากชาวนาในพื้นที่ ทำให้ต้องตัดสินใจนำชาวนาเข้ากรุงทวงถามเงินค่าจำนำข้าวจากรัฐบาล
แน่นอนว่า ชาดานั้นยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าน้ำมันและค่าอาหารสำหรับขบวนชาวนากว่า 3,000 คน โดยมี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี น้องสาวชาดา ทำหน้าที่แม่บ้านดูแลเสบียงอาหารของขบวนชาวนา
“จะเป็นการประท้วงแบบไม่ได้เงินค้างจ่ายค่าข้าวเปลือกพวกเราจะไม่กลับ จะคุยกับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้น อย่าได้ส่งตัวแทนหรือกลุ่มคนเข้ามาเจรจา เพราะพวกนี้ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ระดับประเทศแบบนี้ เมื่อชาวนาเคลื่อนกำลังมากขนาดนี้ นายกฯ ต้องมองเห็นถึงปัญหาและลงมาแก้ไข และหากไม่ทราบแนวทางแก้ไข ผมมีแนวทางจะบอกให้รัฐบาลกระทำ แต่ให้นายกฯ มาคุยเองถึงจะบอก และขอเตือนอีกประเด็นว่า ทีมงานที่ปรึกษานายกฯ หรือแก๊งไอติม จะนำหายนะมาสู่รัฐบาลและประเทศชาติ” ชาดา ยืนยันหนักแน่น
การเคลื่อนไหวของชาดานั้น ทำให้พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะที่ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าของพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางพื้นที่ทำนาอันดับหนึ่งของประเทศ ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอยู่เบื้องหลัง
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยได้ติดต่อไปยังพรรคชาติไทยพัฒนาและชาดาเพื่อสอบถามข้อมูล ได้รับคำตอบว่า ชาดามาเพื่อดูแลและประสานงานให้กับชาวนาในพื้นที่เท่านั้น
ขณะที่ชาดาเองก็ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง
แต่อย่างไรก็ตาม ข่าววงในจากพรรคชาติไทยพัฒนาก็ยืนยันว่า ผู้บริหารและ สส.ในพรรคหลายคนก็เริ่มแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลค้างจ่ายเงินชาวนา ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนา
“มีผู้ใหญ่ในพรรคไปพบชาวนาในพื้นที่ พอเอ่ยปากว่าระหว่างที่ยังไม่ได้รับเงิน จะหาน้ำมาให้ทำนาปรังก่อน ก็ถูกชาวนาต่อว่า เพราะอยากได้เงิน ไม่อยากได้น้ำทำนารอบใหม่ กระแสไม่พอใจรัฐบาลของชาวนาในพื้นที่ ก็ทำให้พรรคลำบากใจในฐานะที่ร่วมรัฐบาล แต่ก็ยังช่วยอะไรชาวนาไม่ได้”
ขณะที่ชาดาเอง นอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับชาวนาในฐานะที่ออกหน้ารับปากสัญญาเอาไว้แล้ว อีกด้านหนึ่งชาดาอาจรู้สึกว่าพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลไม่มีความจริงใจ เพราะพยายามเข้ามายึดครองการเมืองท้องถิ่นใน จ.อุทัยธานี แทบทุกระดับ
“เดิมข้อตกลงระหว่างชาติไทยพัฒนาและเพื่อไทย คือ พื้นที่ซึ่งเป็นของชาติไทย เพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครเด่นๆ มาลงเลือกตั้งแย่งชิงกันเอง แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเองมีการส่งผู้สมัครที่ถือว่าโดดเด่น ซึ่งชาดามองว่าที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็พยายามเข้ามายึดครองการเมืองท้องถิ่น ซึ่งกระทบกับอิทธิพลของเขาโดยตรง กระแสไม่พอใจพรรคเพื่อไทยก็สะสมมาเป็นลำดับ คราวนี้ชาวนาฐานเสียงของเขาเดือดร้อน ก็จำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อปกป้องฐานเสียงตัวเอง”
ด้านขบวนชาวนาเดินทางมาถึง จ.ปทุมธานี และพักค้างคืนที่รังสิต 1 คืน ส่วนการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลต่อไปนั้น ชาดา เปิดเผยว่า จะไม่ปิดสนามบิน โดยรถก็ยังสามารถเข้าออกได้ เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตามปกติ เครื่องบินบินขึ้นลงได้ปกติ เพราะทราบดีว่า หากปิดสนามบินจะเกิดความเดือดร้อน แต่อาจจะใช้วิธีดาวกระจายไปยังที่ต่างๆ







