
ปฏิเสธข้อหาเด็กทักษิณ
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ มีประวัติการงานที่น่าทึ่ง ด้วยอยู่งาน “สืบ” มาเกือบตลอดชีวิตราชการ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบนานถึง 17 ปี สมฉายาว่า “เสืออีสาน” เพราะชีวิตราชการผูกพันหมุนเวียนย้ายตำแหน่งในถิ่นที่ราบสูงเป็นส่วนใหญ่
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ มีประวัติการงานที่น่าทึ่ง ด้วยอยู่งาน “สืบ” มาเกือบตลอดชีวิตราชการ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบนานถึง 17 ปี สมฉายาว่า “เสืออีสาน” เพราะชีวิตราชการผูกพันหมุนเวียนย้ายตำแหน่งในถิ่นที่ราบสูงเป็นส่วนใหญ่
ประวัติโชกโชนการวิสามัญฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน การันตีจากเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนในการปราบปรามผู้กระทำความผิด (วิสามัญฆาตกรรม) จำนวน 3,670 บาททุกเดือน ฝีมือทำความดี ขยันไล่จับไล่กวาด ไล่ป้องกันอาชญากรรม จนเป็นนายตำรวจที่รับเงินเดือนเต็มขั้นสูงสุดคือ 58,890 บาท ก่อนจะก้าวเป็น ผกก.สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และขยับขึ้นตำแหน่งผู้บังคับการด้วยจังหวัดเกรดเอ อย่างชลบุรี
คัชชาจะเริ่มงานประจำวันจากการตรวจเอกสารเซ็นงาน และดูสำเนาการสอบสวนคดี ช่วงบ่ายจะออกท้องที่ เยี่ยมโรงพัก รับฟังปัญหาชาวบ้าน ถึงช่วงค่ำจะออกตระเวนดูตามป้อมยามในพื้นที่ จ.ชลบุรี ซึ่งมีอยู่ 60 ป้อม โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อไปสอบถาม และแนะนำตำรวจชั้นผู้น้อย
“ผมทำแบบนี้ทุกวัน ให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาเอาของใช้ของกินไปให้ตามป้อม เขาก็ได้กำลังใจ ซึ่งผมเชื่อว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่นายต้องมีให้ลูกน้อง” พล.ต.ต.คัชชา กล่าว
อีกด้านมีเสียงลือหนาหูว่าเป็นเด็กทักษิณ แม้แต่ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ยังพูดถึง คัชชา ว่าใกล้ชิดกับนายใหญ่ดูไบ ทำให้ได้ดีนั่งเก้าอี้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีมาแล้วถึง 2 ปีเศษ
“ผมรู้จักกับท่าน (พ.ต.ท.ทักษิณ) แต่ไม่ได้สนิทสนมอย่างที่มีการพูดถึง เป็นเรื่องปกติที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะต้องรู้จักผู้บังคับบัญชา และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา แต่ผมโตมาในสายงานอาชีพ ไม่ใช่เพราะความสนิทหรือมีใครช่วย แต่ผมเป็นคนทำงานจริงๆ มาอยู่ที่ชลบุรีใครว่าสบาย
“อย่าลืมว่าพื้นที่นี้มียาเสพติดมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เมื่อผมมาทำงานที่นี่ผมก็ไล่กวาดไล่จับเรื่องยาเสพติดทันที เพราะปัญหานี้เป็นต้นตอไปสู่อาชญากรรมอื่นๆ กระทั่งตัวเลขยาเสพติดลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ยอมเรื่องยาเสพติด คดีอาชญากรรมอื่นๆ ผมก็ลงไปทำทั้งหมด ดึกดื่นแค่ไหนก็ไป”
ผู้การฯ คัชชา ย้อนความหลังเมื่อครั้งได้ร่วมงานกับทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2546 ขณะนั้นมีเหตุฆ่า สำเนา ศรีสงคราม ประธานเอ็นจีโอกลุ่มรักษ์ลำน้ำพอง และมีคำสั่งให้ระดมมือสืบสวนชั้นดีเข้าทำคดี และต้องจับกุมให้ได้ เพื่อไม่ให้กลุ่มเอ็นจีโอเดินขบวน
“ตอนนั้นผมยังไม่ได้ร่วมทีม เพราะเป็น ผกก.ที่มัญจาคีรี กระทั่ง 1 เดือนผ่านไปคดีไม่มีความคืบหน้าเลย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็สั่งให้ผมไปสืบคดีนี้ กระทั่งใช้เวลา 7 วัน ผมรู้ตัวคนร้ายเลย คือ สมบัติ ทองสมัคร ยิงแล้วหนีไปกบดานอยู่ จ.นครศรีธรรมราช
“จากนั้นอีก 7 วันผมลงไปเอาตัวและจับกุม ผู้ต้องหารับสารภาพ เบ็ดเสร็จใช้เวลา 14 วัน ปิดคดีฆ่าเอ็นจีโอ ก็ได้รับคำชมเชยจากท่าน” พล.ต.ต.คัชชา เล่า
พล.ต.ต.คัชชา ยืนยันว่า ตัวเองเป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง และทำตามคำสั่งไม่ว่า “นาย” จะเป็นใคร แม้จะเปลี่ยนรัฐบาล ตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ตามคำสั่ง หากคำสั่งนั้นไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่เว้นแม้จะเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ จึงไม่ถูกย้ายพ้นพื้นที่ขอนแก่น
“ผมไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่โตมาได้เพราะวินัยและมาจากการทำงาน การเมืองจะทะเลาะกันอย่างไร แบบไหน ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องการเมืองไป ตำรวจจะไม่ยุ่ง มีเพียงแต่บังคับใช้กฎหมาย ปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบธรรมเท่านั้น
“ชีวิตราชการผมก็ไม่แคร์แล้ว เพราะถือว่าได้กำไรมาแล้ว ได้ติดยศนายพล เรามาจากครอบครัวชนชั้นกลางจะไปหวังอะไรมากมาย” พล.ต.ต.คัชชา ทิ้งท้าย
อย่างไรก็ดีผู้คุมกำลัง เมื่อ 18 ก.พ. ขอร้องว่า สังคมต้องให้ความเป็นธรรมกับตำรวจด้วย เพราะเหตุการณ์ที่สะพานผ่านฟ้าฯ ตำรวจก็ตาย ฝั่งของผู้ชุมนุมก็ตาย ซึ่งน่าจะถูกลูกหลงจากฝั่งเดียวกัน แต่ฝั่งผู้ชุมนุมได้รับการเชิดชูจากสังคม ได้รับความเป็นธรรม ตั้งข้อกล่าวหาว่าตำรวจยิง
“แต่ตำรวจที่ตายกลับไม่ได้อะไร ตำรวจก็มือเปล่าผู้ชุมนุมก็มือเปล่า แต่ทำไมต้องมาฆ่าตำรวจ ชีวิตตำรวจต้องทำงานกับความชั่วร้าย กับขยะของสังคม ตำรวจมีหน้าที่เก็บกวาดขยะเหล่านั้นให้ออกไป
“แม้จะไม่ได้แตะต้องขยะ แต่แน่นอนว่ากลิ่นของมันก็ติดตัวตำรวจ คนเห็นก็รังเกียจ เพราะมันเหม็น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ อย่าลืมว่า ตำรวจก็คือกระจกของสังคม สังคมดีตำรวจก็ดีไปด้วย ประชาชนก็ต้องร่วมกันสร้างสังคมที่ดีขึ้นมา อย่ายัดเงิน อย่าให้เงินตำรวจที่รีดไถ
“หากอยากเห็นตำรวจดี เพราะเรื่องแบบนี้ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดัง ตำรวจไปรีดไถก็ต้องไม่ให้ ทำผิดกฎหมายก็อย่ามาวิ่งเต้น เพียงเท่านี้ตำรวจก็จะดี”







