
สุเทพซัดสมศักดิ์อย่าเป็นศัตรูมวลชน
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณค่ำวานนี้เป็นไปด้วยความคึกคักเนื่องจากมีกลุ่มชาวนาจากหลายพื้นที่เข้ามาสมทบ และขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ไม่สามารถจ่ายเงินจำนำข้าวให้ได้ตามกำหนด
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณค่ำวานนี้เป็นไปด้วยความคึกคักเนื่องจากมีกลุ่มชาวนาจากหลายพื้นที่เข้ามาสมทบ และขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ไม่สามารถจ่ายเงินจำนำข้าวให้ได้ตามกำหนด
20.03 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวทีราชประสงค์ โดยกล่าวโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ออกนโยบายรับจำนำข้าวผิดพลาดจนทำให้ชาวนาต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาทวงเงิน ขอบอกยิ่งลักษณ์ถ้าลาออกเร็วเมื่อไหร่ มีรัฐบาลประชาชนโดยเร็ว ชาวนาก็จะได้รับเงินทันที
“แทนที่รัฐบาลยอมรับผิดโกงชาวนา จนไม่มีจ่าย กลับมาโทษพวกผู้ชุมนุม ขนาดพี่น้องชาวนาเสียชีวิต มวลมหาประชาชนได้ช่วยเหลือมอบเงินให้เขา แต่รัฐบาลเคยมีน้ำใจบ้างไหมส่งเงินไปช่วยลูกเขาสักบาทไหม” สุเทพ กล่าว
ทั้งนี้ สุเทพ กล่าวเตือนไปถึง สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา ที่พยายามสกัดกลุ่มชาวนาไม่ให้เดินทางมาเรียกร้องเงินจำนำข้าว
“สมศักดิ์ พูดไม่ถูกว่าได้ประสานกลุ่มชาวนาไม่ให้มาร่วมกับมวลมหาประชาชน ผมรู้ดีว่านักการเมืองพวกนี้เข้าข้างคนชนะ อยากอยู่ฝ่ายผู้ชนะ อยากเป็นรัฐบาลจนตัวสั่น คุณไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรกับผม แต่มาดูถูก กปปส. จึงไม่ขอยกเว้นสมศักดิ์ ให้ลองดูจะบอกคนอ่างทองและคนทั้งประเทศว่า สมศักดิ์ อยากเป็นรัฐบาลเหลือเกิน บังอาจเข้าข้างโจรที่เป็นรัฐบาล” สุเทพ กล่าว
สุเทพ ย้ำว่า จะบอกให้จำไว้ กปปส.ไม่เคยคิดใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือ เราสู้ของเรามาก่อน ปัญหาชาวนาเพิ่งรู้ กระทรวงเกษตรฯ อยู่ในความดูแลของพวกคุณ แต่ไม่ได้ช่วยเหลือ
“ขอบอกให้รู้ว่า ผมไม่พอใจคุณ พวกเราไม่เคยคิดเอาชาวนาเป็นเครื่องมือต่อสู้ แต่ใจมีเมตตาธรรมเห็นชาวนาฆ่าตัวตาย เราก็ทนไม่ได้ จึงต้องช่วย ยกเว้นพวกรัฐบาลที่อำมหิตไม่เคยคิดช่วยเหลือ” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวท้าทายให้ ยิ่งลักษณ์ ปรากฏตัวในวันพรุ่งนี้ และเปิดแถลงข่าวอีก กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนที่เร็วภายใน 20 นาทีไปหาทันที ยิ่งลักษณ์ ไปอยู่ที่ไหนก็จะไปไล่ทุกวัน ขณะเดียวกันก็จะจัดขบวนไปกดดันบริษัทในเครือชินวัตรด้วย
“ผมเป็นกบฏแล้วจะโดนคดีแพ่งหรืออะไรก็ไม่สน บอกพี่น้องประชาชนนำซิมโทรศัพท์เอไอเอสไปคืน และจะไปเยี่ยมทุกวัน ไปคุยให้รู้ว่าบริษัทนี้ได้สัมปทานจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบริษัทใหญ่โตขายโทรศัพท์แพง ร่ำรวยจากการสูบเลือดเนื้อประชาชน เมื่อร่ำรวยมีความใฝ่ฝันจะเป็นผู้นำในระบอบอื่น จะไปคุยกับพนักงานบริษัทที่เข้าใหม่ให้รู้ว่าที่มาของบริษัทนี้ มาอย่างไร ใครมีหุ้นต้องรีบขาย คอยดูเจ๊งแน่ๆ และช่วยสืบหาเครือข่ายธุรกิจของมัน ต้องโค่นทั้งระบบ” สุเทพ กล่าว
ก่อนหน้านี้ สุเทพ ปราศรัยที่เวทีสีลมระบุถึงปฏิบัติการของกลุ่ม กปปส.ว่า จากนี้จะไล่ ยิ่งลักษณ์ โดยจะไปไล่ตามสถานที่ต่างๆ ของตระกูลชินวัตร อย่างบริษัท เอ็มลิ้งค์ หรือวอยซ์ ทีวี แต่จะเว้นโรงพยาบาลพระรามเก้าและมหาวิทยาลัยชินวัตร แต่ธุรกิจอื่นของชินวัตรจะอุดหนุนจนทำให้เจ๊งไป เพราะกลุ่มเหล่านี้ท้าทายพลังประชาชน และที่อยู่ได้เพราะอำนาจเงิน จึงจำเป็นต้องทำลายท่อน้ำเลี้ยงทุกท่อ
สุเทพ ยังกล่าวถึงแกนนำเสื้อแดงเตรียมนำมวลชนมาเผชิญหน้าวันเสาร์อาทิตย์นี้ขอให้มาเลย พ่อค้าป๊อปคอร์นคั่วไว้รออยู่แล้ว ใครจะคั่วไว้แจกอย่ามาโทษตนแล้วกัน ที่ผ่านมาพอเจอพ่อค้าป๊อปคอร์น 45 เจ้า ถอยออกจากสนามหลวงทันที
“ขอให้แกนนำเสื้อแดงอย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ ให้พามาให้จริง อย่าหลอกกินเงิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอให้ออกมาจริงจะได้จบเร็ว เราไม่เคยรู้จักพ่อค้าป๊อปคอร์น แต่บอกว่ารักจริงๆ แต่ก็ช่วย สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ กปปส.ออกจากรถคุมขัง” สุเทพ กล่าว
ขณะที่ช่วงเช้า อัญชะลี ไพรีรัก แกนนำ กปปส. และแกนนำรายอื่น ได้นำมวลชนจากเวทีลุมพินีและเวทีปทุมวันมาชุมนุมบริเวณหน้าตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ทำการของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น หลังมีกระแสข่าวว่า ยิ่งลักษณ์ มาอยู่ที่ชั้น 28 ของตึกดังกล่าว ซึ่ง กปปส.ได้ชุมนุมอยู่จนกระทั่งเวลาเกือบ 15.00 น. ก็เคลื่อนขบวนกลับ ซึ่งเป็นการกลับภายหลัง สุเทพ ประกาศยกระดับตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มบริษัทในเครือของตระกูลชินวัตร
อัญชะลี กล่าวว่า หลังจากที่นำมวลชนเข้าปิดล้อมอาคารชินวัตร 3 ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงทางธุรกิจตระกูลชินวัตรทำให้หุ้นในเครือชินฯ ตกลง 15 จุด และปิดทำการซื้อขายไปแล้วจึงถือว่าประสบผลสำเร็จ และจากนี้จะนำมวลชนเคลื่อนขบวนรถยนต์กลับยังเวทีปทุมวันและลุมพินีเพื่อเตรียมดำเนินการใหม่ในครั้งต่อไป
สำหรับความคืบหน้าช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัว ล่าสุดศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำ กคป. และผู้ชุมนุม กคป.รวม 8 คน โดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท กำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหาไปยุยง ปลุกปั่น หรือกระทำการใดๆ ที่มีลักษณะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ศาลเพิกถอนการประกันได้







