
เศรษฐกิจโคม่า
ดัชนีอุตฯทรุดหนักในรอบ55เดือนการผลิตลงทุนบริโภคลดฮวบสอท.กระทุ้งเร่งยุติปัญหาการเมือง
ดัชนีอุตฯทรุดหนักในรอบ55เดือนการผลิตลงทุนบริโภคลดฮวบสอท.กระทุ้งเร่งยุติปัญหาการเมือง
ผลสำรวจสภาอุตฯ ระบุ “เอสเอ็มอี ส่งออก ลงทุน การผลิต บริโภค” เดี้ยงกันระนาว
ผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย 1,043 ราย ครอบคลุม 42 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่า ในเดือน ม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 86.9 ลดลงจากระดับ 88.3 ในเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 55 เดือน นับแต่เดือน มิ.ย. 2552
ขณะที่ความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100 ลดลงจาก 100.9 ในเดือน ธ.ค. 2556
ส.อ.ท. ระบุว่า ความเชื่อมั่นที่ลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมทุกประเภท ทุกภูมิภาค ทั้งกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดใหญ่ กลุ่มผู้ผลิตที่เน้นขายในประเทศและผู้ผลิตที่เน้นการส่งออก
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นที่อยู่ในระดับที่ไม่ดีนั้น เนื่องมาจากการลดลงของยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิต ต้นทุนและผลประกอบการ เพราะผู้ประกอบการกังวลต่อความขัดแย้งทางการเมือง และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า สภาวะเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวจริงหรือไม่
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจึงต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองให้ยุติโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความมั่นใจกับผู้นำเข้าสินค้าไทยว่า ผู้ส่งออกสามารถผลิตและส่งมอบสินค้าได้ทันตามกำหนดเวลาและช่วยสนับสนุนด้านสภาพคล่อง
ประธาน ส.อ.ท. กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้ เป็นไปได้ที่จะต่ำกว่า 3% ขณะที่การส่งออกน่าจะโตได้ 5%
“ที่กำลังติดตามอยู่ในขณะนี้ คืออัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง อาจทำให้มีการลดการจ้างงานลงในส่วนของล่วงเวลา แม้อาจจะยังไม่ถึงกับเลิกจ้าง แต่ทำให้รายได้ของแรงงานลดลง” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทต่างชาติขนาดใหญ่หลายรายเริ่มลดความสนใจการลงทุนในไทย และหันไปสนใจประเทศเพื่อนบ้านแทน
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสเติบโตจริงได้แค่ 2.5% เพราะการลงทุนรวมชะงักงัน การผลิตอุตสาหกรรมลดลงอย่างมาก







