posttoday
ทางเดิน "ยิ่งลักษณ์" แคบลง

ทางเดิน "ยิ่งลักษณ์" แคบลง

20 กุมภาพันธ์ 2557

ปฏิบัติการคืนความสุขให้กับ กทม. ภายใต้ความรับผิดชอบของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ปฏิบัติการคืนความสุขให้กับ กทม. ภายใต้ความรับผิดชอบของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) จนนำไปสู่ความสูญเสียรุนแรงต่อทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนจนมีผู้เสียชีวิต5 ราย และบาดเจ็บ 73 ราย กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ส่งผลสั่นสะเทือนเก้าอี้รักษาการนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่ามกลางมรสุมรุมเร้ารอบด้านที่บีบกระชับพื้นที่ของรัฐบาลให้ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ

เริ่มตั้งแต่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศกลางเวทีปราศรัยปทุมวันไม่ยอมแพ้ ไม่เจรจา พร้อมยกระดับการต่อสู้ ให้ถึงตัวนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ประเดิมด้วยการนำมวลชนบุกไปสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าเจรจากับ พล.อ.อภิชาติ แสงรุ่งเรือง ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ซึ่งดูแลรับผิดชอบอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ไล่เรียงเหตุผลที่ต้องออกมาล้างระบอบทักษิณ และฝากไปถึง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ว่า กปปส.ไม่ต้องการให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ใช้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นที่ทำงานอีกไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนายกฯ หรือ รมว.กลาโหม เพราะอาคารนี้สร้างจากภาษีประชาชน แถมขู่ว่าถ้านายกฯยิ่งลักษณ์ ยังมาทำงานที่นี่ก็จะมาล้อมที่นี่ทุกๆ วัน และย้ายเวทีมาปักหลักตั้งเวที 24 ชั่วโมง

นี่จึงเป็นมาตรการเชิงรุกครั้งอีกครั้งจากฝั่ง กปปส.ที่ต้องการไล่บี้ให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่มีพื้นที่ทำงานหรือประชุมบริหารประเทศ หลังจากมีอันต้องระหกระเหินหาที่นั่งทำงานใหม่แทนทำเนียบรัฐบาลซึ่งถูกปิดล้อมโบกปูนขวางประตู จนระยะหลังต้องพึ่งพามาใช้บริการอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หรือกองบัญชาการกองทัพอากาศ หลีกหนีการเผชิญหน้ากับมวลชน

ที่สำคัญรอบนี้ สุเทพ โต้กลับรุนแรงด้วยการบีบ “ท่อน้ำเลี้ยง” พุ่งเป้าโจมตีธุรกิจของตระกูลชินวัตรทั้งหมด เริ่มด้วยการส่งเสียงเตือนไปยังนักลงทุน ที่ถือหุ้นของบริษัทตระกูลชินวัตรให้รีบขายหุ้นเสีย ก่อนที่ กปปส.จะดำเนินการจู่โจม แถมเคลื่อนขบวนไปยังหน้าตึกชินวัตร ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อเยี่ยมบริษัท เอสซี แอสเสท และประกาศว่าจะเยี่ยมบริษัทในเครือชินวัตรทุกวันจนกว่าจะเจ๊ง

นอกจากจะเป็นการ “เอาคืน” กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งดำเนินการกับท่อน้ำเลี้ยง กปปส.ก่อนหน้านี้แล้ว นี่ยังเป็นการเพิ่มแรงบีบไปยัง “กล่องดวงใจ” ที่จะต้องทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องคิดหนักรีบดำเนินการอะไร เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้ทุกอย่างได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้ เพราะทันทีที่ สุเทพ ประกาศ หุ้นในเครือกลุ่มชินฯ ทั้งหมดมีการปรับลงทั้งแผง ยกเว้น บริษัท ไทยคม (THCOM) ที่บวก 0.6% บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ลดลง 0.9% บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ลดลง 1.34% บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) ลดลงหนักสุดถึง 3.57%

อีกด้านหนึ่ง “ชาวนา” ที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลเพื่อไทย และเป็นหลักให้รัฐบาลใช้หลังพิงจนเดินหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ สุดท้ายกำลังจะกลายเป็นแรงกดดันรอบใหม่ที่ย้อนกลับมาถาโถมใส่รัฐบาลอย่างรุนแรง เมื่อความเสียหายรุนแรงจากโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐบาลกระเป๋าแห้งจนไม่อาจหาแหล่งเงินมาถมในโครงการนี้ได้อีกต่อไป ผลเสียหายสุดท้ายกลับมาตกที่ชาวนา ซึ่งไม่ได้รับเงินจากการนำข้าวไปจำนำนานหลายเดือนจนต้องออกมาเคลื่อนขบวนเรียกร้องทวงเงิน ที่จนถึงทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่อาจมีคำตอบว่าชาวนาจะได้รับเงินของตัวเองได้เมื่อไหร่

มวลชนที่จะเคยปักหลักสนับสนุนอยู่กับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จึงร่อยหรอน้อยลงไปเรื่อยๆ ยังไม่รวมกับภาคธุรกิจ ภาควิชาการ บุคลากรทางสาธารณสุข ดารา นักแสดง ที่ประกาศตัวร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ยิ่งทำให้แนวร่วมซึ่งเคยค้ำยันรัฐบาลเพื่อไทยอ่อนกำลังตามลงไป

ไม่ต่างจาก “อำนาจ” ในมือรัฐบาลที่ลดลงไปเรื่อยๆ จากเดิมที่หวังว่า “หมัดเด็ด” กับการงัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขึ้นมาควบคุมต่อกรกับการชุมนุมของ กปปส.ที่รุกเร้าท้าทายรัฐบาลหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ แม้สุดท้ายศาลแพ่งจะไม่เพิกถอนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่คำสั่งห้าม 9 ข้อของศาลนั้นก็ถือว่าลิดรอนอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปเกือบหมด

ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม ห้ามอายัดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้สนับสนุนการชุมนุม ห้ามตรวจค้นรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของผู้ชุมนุม ห้ามปิดการจราจร เส้นทางคมนามคม ห้ามสั่งห้ามการชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ห้ามมีคำสั่งห้ามบุคคลเข้าและออกพื้นที่การชุมนุม ฯลฯ

ขณะที่ “การเลือกตั้ง” ซึ่งรัฐบาลหวังว่าจะเป็นกลไกดึงให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ระบบนั้น จนถึงขณะนี้ยังมีอีก 28 เขต ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ที่สำคัญปมปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะข้อกฎหมายที่ระบุให้จัดการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วประเทศนั้นจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโมฆะในที่สุด

หนำซ้ำ สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังออกมาตั้งข้อสังเกตผ่านเฟซบุ๊กเตือนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับการแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของนายกฯ ในช่วงการเลือกตั้งการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 184(4) เรื่องการใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียง สื่อของรัฐ รวมไปถึงประเด็นเรื่องเงินเยียวยาความเดือดร้อนของชาวนานั้นอาจขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และให้ได้มาซึ่ง สว. ในมาตรา 53(1) (2) เรื่องสัญญาว่าจะให้

สุดท้ายต้องติดตามไปยังดาบในมือองค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีมติเรียกยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มารับทราบข้อกล่าวหาละลายการระงับความเสียหายและปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ และเปิดให้ยิ่งลักษณ์ได้ชี้แจงอีกครั้งก่อนที่ ป.ป.ช.จะสรุปว่าจะมีคำสั่งชี้มูลหรือไม่

มรสุมที่ถาโถมนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เวลานี้จึงมีแต่จะซ้ำเติมบีบให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ อยู่ในกรอบจำกัดจนยากจะขยับเขยื้อนดำเนินการใดๆ ซึ่งนั่นยิ่งจะทำให้ส่งผลสั่นคลอนเก้าอี้ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มากขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท