
ประทานคนใหม่ของเฟด
สดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เจเน็ต เยลเลน เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐ หรือเฟด
สดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เจเน็ต เยลเลน เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐ หรือเฟด
ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน เธอได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือเอฟโอเอ็มซี อีกตำแหน่งหนึ่ง
เยลเลน เป็นผู้ว่าการหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของเฟด เธอเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งในโลกยุคปัจจุบันที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งในระดับสูง และอาจจะเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกตลอดหลายปีข้างหน้า
งานชิ้นแรกหลังเป็นประธานเอฟโอเอ็มซี คือ การลดการผ่อนปรนเชิงปริมาณ หรือคิวอี จากเดือนละ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือเดือนละ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
แม้ว่าประเทศอื่นๆ จะเป็นกังวลอยู่บ้างว่า การลดคิวอีของสหรัฐจะทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกสดใสน้อยลง แต่ภายในสหรัฐเองตลาดทุนกลับตอบสนองด้วยดี โดยส่วนใหญ่ตีความในเชิงบวก กล่าวคือ เชื่อกันว่า เยลเลน เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจชัดเจน จึงเดินหน้าลดคิวอีต่อเนื่องจากที่ เบอร์แนนคี ได้เริ่มต้นไว้
ในบ้านเรา ผมได้ยินคำถามจากหลายคนว่า มาตรการของเฟดจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยหรือไม่ อย่างไร
ส่วนตัวผมเชื่อว่านโยบายของเฟดภายใต้การนำของ เยลเลน จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกในเชิงบวกมากกว่าลบ ประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายที่เหมาะสมจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
เหตุผลที่สำคัญมีดังนี้
หนึ่ง เยลเลน จัดอยู่ในสายนกพิราบ ไม่ใช่สายเหยี่ยว กล่าวคือ เธอไม่ยึดติดกับการกำจัดเงินเฟ้อให้หมดสิ้นไปจากระบบเศรษฐกิจ แต่ให้ความสำคัญกับการขยายตัวของเศรษฐกิจและเรื่องการจ้างงานไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
เยลเลน เป็นเดโมแครตคนแรกในรอบกว่า 30 ปี ที่ได้เป็นประธานเฟด เหตุผลที่ประธานเฟดในอดีตส่วนใหญ่เป็นรีพับลิกัน น่าจะเป็นเพราะรีพับลิกันโดยทั่วไปได้ชื่อว่ามีวินัยด้านการเงินการคลังมากกว่า
ประธานเฟดคนสุดท้ายที่เป็นเดโมแครต คือ พอล โวล์กเกอร์ เมื่อประมาณ 35 ปีก่อน ซึ่งถึงจะเป็นเดโมแครต แต่แนวคิดด้านการเงินค่อนข้างอนุรักษนิยม
แถลงการณ์และคำให้สัมภาษณ์ที่ผ่านมาของ เยลเลน มีความชัดเจนมากว่า ปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขไปมากแล้วภายใต้ เบอร์แนนคี เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการทำให้สถาบันการเงินเข้มแข็งขึ้น แต่สิ่งที่ยังต้องทำต่อเนื่อง คือ เรื่องการจ้างงาน เรื่องเงินเฟ้อที่ยังต่ำเกินไป และเรื่องทำให้ระบบสถาบันการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เยลเลน ยืนยันว่า ยังไม่เห็นการก่อตัวของฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ตลาดสินเชื่อ หรืออื่นๆ
สอง เยลเลน รับไม้ต่อจาก เบอร์แนนคี ได้อย่างราบรื่น จนอาจกล่าวได้ว่า ทั้งสองคนยอมรับซึ่งกันและกัน และทำงานเข้าขากัน
เบอร์แนนคี ซึ่งเป็นคนเริ่มนโยบายคิวอี ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ เยลเลน ก็เป็นคนเริ่มต้นการลดปริมาณคิวอีลงเสียเอง จากเดือนละ 8.5 เหลือ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนอกจากจะเป็นการประกาศว่าเขาแก้ปัญหาสำเร็จไปเปลาะหนึ่งแล้ว ยังช่วยให้ เยลเลน สามารถเดินหน้าต่อโดยไม่เกิดภาพว่าเธอโละทิ้งแนวทางเดิมในการแก้ปัญหา
ส่วน เยลเลน ก็ประกาศตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งว่า นโยบายที่สำคัญของเธอคือความต่อเนื่อง
สาม ทั้งเบอร์แนนคี และเยลเลน มีเหตุผลที่ชัดเจนในการลดคิวอี เพราะเบอร์แนนคีเคยประกาศไว้ว่า เฟดจะทำคิวอีจนกระทั่งอัตราการว่างงานลดลงเหลือไม่เกิน 6.5% ซึ่งในช่วง 3 เดือนหลัง อัตราการว่างงานของสหรัฐได้ลดลงอย่างรวดเร็ว จากระดับ 7.3% ในเดือน ต.ค. 2013 เหลือเพียง 6.6% ในเดือน ม.ค. 2014
การที่คนว่างงานน้อยลง นอกจากจะเป็นการแสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวอย่างมั่นคงและแข็งแรงแล้ว ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการว่างงานเดิมไม่ได้เกิดจากปัญหาโครงสร้าง ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ด้วยคิวอี
ตัวอย่างหนึ่งของปัญหาโครงสร้างแรงงาน คือ มีการขาดแคลนแรงงานเฉพาะด้าน ซึ่งคนที่ว่างงานไม่มีความชำนาญพอที่จะทำ เช่น ขาดแคลนวิศวกร แต่เหลือแรงงานก่อสร้าง เป็นต้น
การลดคิวอีจึงไม่น่ากลัวเหมือนอย่างที่หลายคนเป็นห่วง
สี่ ทั้งเบอร์แนนคี และเยลเลน มีความเห็นตรงกันว่าเงินเฟ้อไม่ควรต่ำเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ธนาคารกลางต้องมีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจถดถอย
เงินเฟ้อที่ต่ำเกินไปกลายเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร
ทั้งสองคนถือตัวเลข 2% เป็นระดับเงินเฟ้อที่เหมาะสม ตราบใดที่เงินเฟ้อยังไม่เกินระดับนี้ ก็ยังเดินหน้าในการทำคิวอี และในการรักษาดอกเบี้ยให้ใกล้ศูนย์ต่อไปได้
แนวคิดเดียวกันนี้ นายชินโสะ อาเบะ ได้นำมาใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งตลอดปีเศษที่ผ่านมาได้ผลเกินความคาดหมาย
แต่คนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายคิวอี เชื่อว่าการพิมพ์เงินจำนวนมหาศาลจะทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงในอนาคต
มีคนเคยถามผมเรื่องนี้ ซึ่งผมก็ยืนยันไปว่ายังมองไม่เห็นสัญญาณเงินเฟ้อจากการกระทำดังกล่าว ที่เป็นเช่นนี้เพราะเทคโนโลยียุคปัจจุบันก้าวหน้าเร็วมาก ช่วยให้ประสิทธิภาพในการผลิตสูงขึ้นเร็วกว่าค่าจ้างแรงงาน นอกจากนี้ ราคาพลังงานซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มอ่อนตัว เพราะมีการค้นพบแหล่งพลังงานใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก ตลอดจนต้นทุนในการผลิตพลังงานทดแทนก็ต่ำลงอย่างรวดเร็วด้วย
ข้อสุดท้าย เยลเลน เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ในขณะที่ตัวเลขดัชนีต่างๆ ที่ประกาศออกมาในช่วงนี้ค่อนข้างสับสน จนหลายคนเชื่อว่าเครื่องจักรเศรษฐกิจโลกกำลังเกิดอาการสะดุด
มีคนชมเยลเลน ว่า แทนที่จะออกอาการตกอกตกใจและเหยียบเบรก เธอกลับไม่ลังเลในการเดินหน้านโยบายที่เธอเชื่อว่าถูกต้องต่อไป
ผู้รู้บอกว่า สัญญาณเศรษฐกิจที่สับสนเกิดจากอากาศหนาวจัดจากขั้วโลกที่แผ่มาปกคลุมสหรัฐกับอีกหลายประเทศมาเป็นเวลานานนับเดือน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจในบางพื้นที่หยุดชะงัก
เยลเลน เป็นคนสุขุม ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อรองรับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องชั่วคราว
ก่อนจบ ผมใคร่ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า สหรัฐได้ประธานเฟดคนใหม่ที่มีทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถ และที่สำคัญ แนวคิดของเธอเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
ผมได้แต่หวังว่าในสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกที่เป็นใจเช่นนี้ หลังจากที่เราก้าวข้ามรัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันไปได้แล้ว รัฐบาลและทีมเศรษฐกิจชุดต่อไปจะมีวิสัยทัศน์และความซื่อสัตย์สุจริตมากพอที่จะนำพาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างองอาจ
ขอให้ 2 ปีกว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงฝันร้ายที่จะถูกลบเลือนไปในเร็ววัน







