
ธกส.รีบคืนเงินกู้ออมสิน
ธ.ก.ส.รีบควัก 5,000 ล้านบาท จ่ายคืนออมสินพร้อมดอกเบี้ยอีกวันละ 3.6 แสนบาท สั่งพนักงานทั่วประเทศเร่งทำความเข้าใจลูกค้า
ธ.ก.ส.รีบควัก 5,000 ล้านบาท จ่ายคืนออมสินพร้อมดอกเบี้ยอีกวันละ 3.6 แสนบาท สั่งพนักงานทั่วประเทศเร่งทำความเข้าใจลูกค้า
รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ที่ประชุมฝ่ายจัดการ ธ.ก.ส. มีมติให้คืนเงินที่กู้ยืมระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) ให้ธนาคารออมสิน 5,000 ล้านบาท ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ พร้อมดอกเบี้ยอีกวันละ 3.6 แสนบาท หลังจากคณะกรรมการธนาคารออมสินมีมติให้ส่งหนังสือขอเงิน 5,000 ล้านบาทคืนจาก ธ.ก.ส. รวมทั้งได้ขอยกเลิกวงเงินที่เปิดเครดิตไลน์ไว้ 2 หมื่นล้านบาททันที หลังจากเกิดกระแสข่าวคัดค้านธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้ ธ.ก.ส. ไปจ่ายในโครงการรับจำนำข้าว โดย ธ.ก.ส.สั่งระงับจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.
สำหรับเงินที่นำมาจ่ายให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวก่อนหน้านี้ เป็นเงินที่กระทรวงพาณิชย์ได้จากการระบายข้าว และส่งคืนมาให้ ธ.ก.ส. 1.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเดือน ม.ค. คืนมากว่า 1 หมื่นล้านบาท และเดือน ก.พ. คืนมาอีก 6,000 ล้านบาท และได้จ่ายให้เกษตรกรหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. ถึงปัจจุบัน ธ.ก.ส.ได้หยุดจัดสรรเงินจำนำข้าวให้กับเกษตรกร เพราะยังไม่มีการส่งเงินมาให้ ธ.ก.ส.
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ทำหนังสือถึงพนักงาน ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด มีสาระสำคัญคือ ธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินงานปกติและสูงกว่ามาตรฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด และธนาคารจะไม่นำสภาพคล่องปกติมาจ่ายสำรองเงินในโครงการรับจำนำข้าว โดยเงินที่จะจ่ายได้ต้องมาจาก 3 แหล่ง คือ เงินระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ เงินกู้ที่กระทรวงการคลังจัดหาให้ และเงินงบประมาณที่เอามาชดเชยส่วนต่างราคา
ทั้งนี้ เงินกู้อินเตอร์แบงก์จากธนาคารออมสินไม่ใช่วงเงินที่จะเอามาเสริมสภาพคล่องปกติของธนาคาร แต่เป็นการใช้เงินทุนที่กระทรวงการคลังจัดหามาให้เพื่อใช้ในโครงการนี้เท่านั้น แต่ยังไม่ได้นำเงินนี้ไปใช้ และพร้อมคืนเงินทันทีที่ธนาคารออมสินทวงถาม
ลิขิต กลิ่นถนอม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ระบุว่า หากเงินยังไม่หยุดไหลออก หรือคณะกรรมการยังอนุมัติการกู้เงินในลักษณะไม่โปร่งใส ทางสหภาพฯ จะยกระดับการเรียกร้อง จากคัดค้านและขัดขวาง เป็นการขับไล่ และขั้นรุนแรงสุดคือ รวมพลังนัดหยุดงานและปิดสำนักงานรวมถึงสาขาทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นความเสียหายสูงสุดต่อธนาคาร และไม่อยากให้เกิดขึ้น







