
รวบสาวแสบร่วมหลงจู๊ลักทรัพย์เสียหายว่า 30 ล.
กองปราบรวบสาวแสบร่วมกับหลงจู๊โรงรับจำนำ โกงบริษัทเจ้าของทรัพย์ ประเมินราคาสูงกว่าความเป็นจริง รวมมูลค่าเสียหายกว่า 30 ล้าน
กองปราบรวบสาวแสบร่วมกับหลงจู๊โรงรับจำนำ โกงบริษัทเจ้าของทรัพย์ ประเมินราคาสูงกว่าความเป็นจริง รวมมูลค่าเสียหายกว่า 30 ล้าน
วันที่ 19กพ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กพ. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.บุญสนอง เบ้าตุ่น สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังจับกุม น.ส.สายสุนี ขันทอง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/77 ชุมชนท่าเรือคลองเตย ถ.สุนทรโกษา ซอย 8 แขวงและเขตคลองเตย กทม.ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 240/2557 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่นโดยกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สนับสนุนให้ผู้อื่นลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจ กระทำผิดหน้าที่ด้วยประการใดๆ โดยทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้นั้น จับกุมตัวได้ที่บ้านพักของ น.ส.สายสุนี
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 - วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 น.ส.สายสุนี ได้ร่วมกับพวก นำทรัพย์สินประเภทเพชร พลอย มาให้พนักงานหรือ “หลงจู๊” โรงรับจำนำย่านคลองเตย หรือบริษัท บุญนำพานิช จำกัด เลขที่ 9 และ 11 ถนนอาจณรงค์ แขวงและเขตคลองเตย กทม.ประเมินราคาสูงกว่าความเป็นจริง และได้เงินจากการจำนำทรัพย์สิน ทำให้บริษัทฯได้ความเสียหายเป็นเงิน 37 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ น.ส.สายสุนี ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวและสอบสวนที่ บก.ป.นั้น ได้มีนักการเมืองชื่อดังย่านฝั่งธนบุรี โทรศัพท์เข้ามาขอให้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจแล้วขอให้ผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาล เนื่องจากเป็นคดีที่มูลค่าความเสียหายสูงมาก
ต่อมาวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุม นายชัยวัฒน์ ปราณอุดมรัตน์ อายุ 59 ปี หรือหลงจู้ ผู้จัดการโรงรับจำนำย่านคลองเตย ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 239/2557 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 ในความผิดข้อหาเดียวกับ น.ส.สายสุนี โดยจับกุมได้ที่หน้าอาคารเตชะไพบูลย์ เลขที่ 16 ถนนพลับพลาไชย แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.
สอบสวนนายชัยวัฒน์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นผู้ที่คอยทำหน้าที่ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งทำงานนี้มาเกือบ 40 ปีแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของ น.ส.สายสุนี อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ประมาณ 5 เดือน เจ้าของบริษัทฯ ได้เรียกตนเข้าไปหาโดยไม่บอกสาเหตุ ก่อนจะถูกจับกุมตัวดังกล่าว อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ทางพนักงานสอบสวนยังได้สอบสวนขยายผลโดยขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้อีก 3 ราย ซึ่งจะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป







