
แดงไม่รับสุเทพไปดีเอสไอ
ณัฐวุฒิแถลงมติแกนนำไม่ยอมรับสุเทพไปดีเอสไอ อ้างไม่ได้ไปในฐานะผู้ต้องหา-คดียังไม่ผ่านมติกรรมการดีเอสไอ ย้ำจะยุติชุมนุมต่อเมื่อมีการมอบตัวในฐานะผู้ต้องการเท่านั้น
ณัฐวุฒิแถลงมติแกนนำไม่ยอมรับสุเทพไปดีเอสไอ อ้างไม่ได้ไปในฐานะผู้ต้องหา-คดียังไม่ผ่านมติกรรมการดีเอสไอ ย้ำจะยุติชุมนุมต่อเมื่อมีการมอบตัวในฐานะผู้ต้องการเท่านั้น
เมื่อเวลา 18.03น.ภายหลังจากการหารือนานกว่า 3 ชม.แกนนำ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อประกาศท่าทีอย่างเป็นทางการหลังจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าไปรายงานตัวต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.แถลงว่า กรณีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมยังมีปัญหาที่ต้องการความชัดเจน สำหรับกรณีของนายสุเทพไปดีเอสไอวันนี้ ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นการนับหนึ่งเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด นปช.ทั้งแผ่นดินไม่ยอมรับการดำเนินการของนายสุเทพ เพราะนายสุเทพไปดีเอสไอวันนี้ไม่ได้ไปในฐานะผู้ต้องหา แต่ไปลงนามเพื่อรับทราบข้อกล่าวโทษร้องทุกข์ เป็นเพียงการตรวจเยี่ยมราชการของรองนายกฯ เราต้องการรูปธรรมในการปฎิบัติเพื่อให้เป็นการเดินหน้าคดีประวัติศาสตร์คดีแรกของประเทศไทย
"ด้วยเหตุผลของข้อกฎหมายเรามิอาจยอมรับได้ว่านายสุเทพเป็นผู้ต้องหาดีเอสไอ เพราะทุกคดีที่ดีเอสไอจะสามารถดำเนินการได้ในฐานะเจ้าหน้าที่เมื่อคดีดังกล่าวต้องผ่านมติคณะกรรมการคดีพิเศษ และมีการประกาศขั้นตอนเอาไว้ในประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่คดีที่ประชาชนเข้าไปร้องทุกข์นายสุเทพในข้อหาสั่งฆ่าประชาชนยังไม่อยู่ในคดีพิเศษ ดังนั้น ดีเอสไอไม่มีหน้าที่ในการสอบสวนคดีนี้แต่อย่างใด"นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้านายสุเทพ จะอธิบายว่าวันนี้ไปตรวจราชการเรารับได้ แต่ถ้าบอกว่าวันนี้ไปในฐานะผู้ต้องหาเรารับไม่ได้ เมื่อเรารับไม่ได้เราจะรอต่อไป นปช.แดงทั้งแผ่นดินขอประกาศอีกครั้งว่าเราประกาศรับวันเลือกตั้งและวันยุบสภา แต่เราต้องการให้นายสุเทพเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีสั่งทำร้ายประชาชน ถ้านายสุเทพไปดีเอสไอหรือตำรวจต้องไปในฐานะผู้ต้องหาตามบทบัญญัติของกฎหมาย ถ้าเป็นแบบนี้คนเสื้อแดงจะประกาศยุติการชุมนุมเช่นเดียวกัน
"ขอประกาศให้ประเทศไทยเป็นพยานว่าถ้านายสุเทพมีความตรงไปตรงมาเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คนเสื้องแดงมีความเป็นลูกผู้ชายและมีศักดิ์ศรีที่พร้อมจะประกาศยุติการชุมนุม นายสุเทพไปวันไหนเราประกาศยุติการชุมนุมวันนั้น นายสุเทพไม่ประกาศเราก็ไม่ไปเช่นเดียวกัน ส่วนข้อเรียกร้องอื่นถ้ารัฐบาลมีความจริงใจที่จะสร้างการปรองดอง พีเพิลชาแนลต้องมีการออกอากาศ เรามั่นใจเช่นนั้น ขณะเดียวกันการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องอื่นๆ เมื่อมีประชาชนเป็นสักขีพยานรัฐบาลคงไม่บิดพลิ้ว"นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่สื่อมวลชนได้มีการรายงานว่า มี 6 คดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังปราบปรามประชาชนวันที่ 10 เม.ย.ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของดีเอสไอที่มาจากการส่งมอบคดีต่อของกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง และ กองบังคับการตำรวจปราบปราม แต่ปรากฎว่าคดีเหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านมติของคณะกรรมการคดีพิเศษแต่อย่างใด
ตู่อ้างดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนนปช. กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่มีอำนาจสอบสวนนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ เพราะยังไม่ใช่คดีพิเศษ ซึ่งปัจจุบันดีเอสไอรับมาพิจารณา 5 คดี คือ 1,คดีก่อการร้าย 2.คดีการครอบครองอาวุธยุทธภัณฑ์ 3.การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 4.การบังคับให้รัฐบาลจำยอม 5.คดีล้มสถาบัน ซึ่งการไปดีเอสไอของนายสุเทพจึงไม่ใช่ในฐานะผู้ต้องหา
ทั้งนี้ดีเอสไอต้องนำคดีการสั่งทำร้ายประชาชนเสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษเพื่อให้มีมติรับคดีดังกล่าวและดำเนินการสอบสวน ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษต้องแจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสองคนเพื่อให้ตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหาก่อน จากนั้นจึงให้ทั้งสองคนรับข้อกล่าวหาและต้องเข้ามามอบตัวตามที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษเอาไว้
“นอกจากนี้หากมีการให้ประกันตัวนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ แกนนำนปช.ก็ต้องได้รับการประกันตัว แต่ถ้านายอภิสิทธิ์และนายสุเทพไม่ได้รับการประกันตัว พวกตนจะไม่มีการขอประกันตัวเพื่อให้เกิดความเสมอภาคกัน หากทำได้ทั้งหมดนี้นปช.พร้อมจะสลายตัว” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับในกรณีของนายอภิสิทธิ์ในฐานะเป็นส.ส.ถือว่ายังได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุมรัฐสภา แต่เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมรัฐสภาเมื่อไหรนายอภิสิทธิ์ก็ต้องไปมอบตัวในคดีสั่งทำร้ายประชาชนเช่นเดียวกัน







