
หมดความเชื่อมั่น
กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สื่อทั่วโลกพากันตกตะลึง แบบไม่เคยเห็นมาก่อนกับปรากฏการณ์การระดมถอนเงินของลูกค้าธนาคารออมสินในประเทศไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้
กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สื่อทั่วโลกพากันตกตะลึง แบบไม่เคยเห็นมาก่อนกับปรากฏการณ์การระดมถอนเงินของลูกค้าธนาคารออมสินในประเทศไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้
เป็นเรื่องที่ขำไม่ออกจริงๆ สำหรับแวดวงการเงินของประเทศไทย และของโลกด้วยซ้ำ ที่ลูกค้าหมดความน่าเชื่อถือกับธนาคารที่มีรัฐบาลประกันอย่างธนาคารออมสิน
เป็นสัจธรรมสำหรับแวดวงธนาคารทั่วโลกครับว่าการสร้างเสถียรภาพของธนาคาร หรือสถาบันการเงินใด นอกเหนือจากที่ธนาคารจะต้องมีทุนประกอบการที่มั่นคง ซึ่งหมายถึงมีสภาพคล่องทางการเงินสูงแล้ว ธนาคารและสถาบันการเงินต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าให้มีความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจสูงสุด
หากยังพอจำกันได้ เมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐเมื่อช่วงปลายปี 2008 ต่อเนื่องมายังปี 2009 นั้น สถาบันการเงิน ธนาคาร และรวมไปถึงบริษัทประกันใดๆ ก็ตามที่เข้าไปมีเอี่ยวกับอนุพันธ์ทางการเงินซีดีเอสที่เป็นปัญหาอยู่นั้น ต่างก็ย่อมสูญเสียความเชื่อมั่นในสายตาลูกค้าไปแล้ว ใครจะกล้ามาลงทุนด้วย เพราะนอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสภาพคล่องของธนาคารแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นถึงจริยธรรม และความละโมบของสถาบันการเงิน/ธนาคาร หรือบริษัทประกันภัยเหล่านั้นด้วย
“ความเชื่อมั่น” ของลูกค้าและนักลงทุนจึงเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดสำหรับการทำธุรกิจด้านการเงินการธนาคารครับ เป็นสิ่งล้ำค่าที่ผู้บริหารธนาคารต้องรักษาไว้ให้ได้
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าสหรัฐในขณะนั้นยอมเลือกที่จะถูกก่นด่าจากประชาชน ควักเงินภาษีของประชาชนมาอุ้มสถาบันการเงิน ธนาคาร และบริษัทประกันรายใหญ่เอาไว้ รักษาความเชื่อมั่นของภาคการเงินประเทศไว้ให้ได้
เพราะถ้าปล่อยให้ล้มไปก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบออกไปในวงกว้างต่อภาคการเงินของสหรัฐหนักหนาสาหัสมากกว่านี้ จนกลายมาเป็นที่มาของวลีฮิตที่ออกมาจากปากอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐที่ว่า บริษัทเหล่านี้ใหญ่เกินไปที่จะปล่อยให้ล้ม หรือ “Too big to fail”
แต่สำหรับสถานการณ์ของธนาคารออมสินของเรานั้น กลับกลายเป็นหนังคนละม้วนไปเสียนี่
เพราะในขณะที่รัฐบาลสหรัฐกำลังเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคธนาคาร แม้ว่าจะถูกต่อต้านจากสาธารณะที่ต้องเอาเงินภาษีประชาชนมาอุ้มเอกชนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามขยายไปในวงกว้าง
แต่สำหรับรัฐบาลประเทศแถวๆ นี้ นอกเหนือจากที่รัฐบาลเป็นผู้ที่สร้างความเสียหายให้กับงบประมาณชาติไปกับนโยบายประชานิยมอันเหลวแหลกแล้ว กลับยังเป็นผู้โยนภาระไปให้ผู้อื่น และยังทำลายความเชื่อมั่นของธนาคารที่รัฐบาลเป็นประกันเองเสียอย่างนั้น
คงมีแต่ประเทศสารขัณฑ์แห่งเดียวในโลกจริงๆ!







