posttoday
ทีมลึกลับโผล่มุมสูงยิงเอ็ม79ศรส.พับแผนขอคืนพื้นที่

ทีมลึกลับโผล่มุมสูงยิงเอ็ม79ศรส.พับแผนขอคืนพื้นที่

19 กุมภาพันธ์ 2557

ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ตัดสินใจยุติแผน “ภารกิจคืนความสงบ กทม.” หรือ “Peace for Bangkok Mission” ในพื้นที่ 4 จุดที่เหลือในวันที่ 19 ก.พ. คือ 1.บริเวณทำเนียบรัฐบาล 2.บริเวณศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ 3.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 4.กระทรวงมหาดไทย หลังได้ปะทะจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และ ได้รับบาดเจ็บ 64 คน ในการปฏิบัติภารกิจขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้ตัดสินใจยุติแผน “ภารกิจคืนความสงบ กทม.” หรือ “Peace for Bangkok Mission” ในพื้นที่ 4 จุดที่เหลือในวันที่ 19 ก.พ. คือ 1.บริเวณทำเนียบรัฐบาล 2.บริเวณศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ 3.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 4.กระทรวงมหาดไทย หลังได้ปะทะจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และ ได้รับบาดเจ็บ 64 คน ในการปฏิบัติภารกิจขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

“ตำรวจโดนยิงด้วยเอ็ม 79 โดยเป็นฝีมือของกลุ่มลึกลับซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีการวางแผนมาเป็นขั้นเป็นตอน โดยมีกลุ่มติดอาวุธประจำอยู่ตามจุดสูงต่างๆ ยิงเข้าใส่ตำรวจตลอดเวลา แม้ตำรวจถอยร่น ก็ยังถูกยิงข่มอีก เหตุการณ์วานนี้ เหมือนตำรวจติดกับดัก ดังนั้นจึงต้องทบทวนแผนการกันใหม่ เพราะหากเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปแบบเดิมอีก ก็อาจถูกยิงเสียชีวิตได้ ที่สำคัญกลุ่มติดอาวุธปะปนอยู่กับผู้ชุมนุม หากตำรวจยิงตอบโต้อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ฉะนั้นต้องหยุดภารกิจขอคืนพื้นที่ดังกล่าวไว้ก่อน เพราะได้ไม่คุ้มเสีย” แหล่งข่าวจาก ศรส.ระบุ

ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่า ทาง ศรส.ได้มอบอำนาจการตัดสินใจแก่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละพื้นที่ในวันที่ 19 ก.พ. ว่า จะเดินหน้า “ภารกิจคืนความสงบ กทม.” ต่อหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ใดยังปฏิบัติการไม่แล้วเสร็จ อาจจำเป็นต้องเจรจาต่อ ย่อมสามารถดำเนินการได้ หรือพื้นที่ใดเห็นว่าสถานการณ์ไม่เหมาะสม ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการประเมินสถานการณ์ของ ผบ.เหตุการณ์พื้นที่นั้นๆ ด้วย

ด้าน ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการ ศรส. ได้แถลงผลปฏิบัติการเพื่อเปิดสถานที่ราชการและถนนสาธารณะ 5 พื้นที่ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่า ได้รับความสำเร็จแล้ว 2 พื้นที่ คือ พื้นที่บริเวณกระทรวงพลังงานและบริเวณศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยจากการเจรจาและกดดันต่อเนื่องมา ทำให้พระพุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.ได้ยอมเปิดพื้นที่ในส่วนที่เป็นถนนแจ้งวัฒนะให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ และโดยเฉพาะสามารถเปิดทำการศูนย์ราชการฯ ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียใจว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเข้าปฏิบัติการอย่างละมุนละม่อม มีการเจรจาเป็นขั้นตอน กระทำอย่างเปิดเผยท่ามกลางสื่อมวลชน แต่กลุ่มผู้กระทำผิดได้ใช้อาวุธร้ายแรงด้วยการยิงอาวุธสงครามเอ็ม 79 และอาวุธปืนจนทำให้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บรวม 17 นาย และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการใช้อาวุธและจะทำการปฏิบัติการในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเฉพาะเวลากลางวันทุกวัน

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุถึงเหตุปะทะบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ว่า จุดนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 มี ผบช.ภ.2 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ จากรายงานทราบว่า ระหว่างตำรวจเจรจาขอคืนพื้นที่ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบฝ่าย ใช้อาวุธปืนและระเบิด M79 ยิงมาจากตึกสูงบริเวณใกล้เคียงลงมาใส่แนวกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

ด้าน พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ปฏิเสธกระแสข่าวจะมีการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อควบคุมสถานการณ์ ว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องมีการประกาศกฎอัยการศึก เพราะขณะนี้ต่างฝ่ายต่างได้ถอยกลับเข้าสู่ที่ตั้งแล้ว ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด และมีความเป็นห่วงเหตุการณ์ปะทะกันของคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะไม่อยากให้ใช้ความรุนแรงซึ่งกันและกันและอยากให้มีการเจรจากัน เนื่องจากทุกคนต่างเป็นคนไทยด้วยกัน น่าจะมีการพูดคุยกันได้

ทั้งนี้ ยืนยันทหารจะอยู่ตรงกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งนั้น ซึ่งทางกองทัพมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ไม่ให้สองฝ่ายใช้ความรุนแรงปะทะกัน โดยนโยบายของ ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำเรื่องการไม่ให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มทหารเสนารักษ์ในแต่ละจุด เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับทุกฝ่ายแล้ว

แหล่งข่าวจากกองทัพบก ได้ระบุถึงความเคลื่อนไหวของกองทัพบก หลังจากที่ ศรส.ได้มีการขอคืนพื้นที่จนทำให้เกิดการปะทะกันและทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากนั้น ทาง ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ส่งกำลังทหาร 5 กองร้อย ประกอบด้วยทหารเสนารักษ์ แพทย์ทหาร ชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ลงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ ในวันที่ 19 ก.พ. ทางกองทัพบกจะมีการส่งทหารเสนารักษ์และชุดแพทย์ทหารออกมาเพิ่มเติม เพื่อช่วยดูแลรักษาพยาบาลให้กับประชาชนทุกพวกทุกฝ่าย หากเกิดเหตุปะทะเกิดขึ้นอีก ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร. 1 รอ.) ตลอดทั้งวันและไม่ได้เดินทางเข้ามาทำงานภายในกองทัพบกตามปกติ พร้อมทั้งยังได้ยกเลิกภารกิจการเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในที่ 19 ก.พ.นี้

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล