posttoday
ผลักดัน"องค์กร"เจรจาคู่ขัดแย้ง

ผลักดัน"องค์กร"เจรจาคู่ขัดแย้ง

18 กุมภาพันธ์ 2557

คงต้องตัดคนกลางที่เป็นบุคคลออก แต่หาองค์กรที่มีความเป็นกลางและมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมารับบทบาทแทน

โดย...ทีมข่าวการเมือง

แนวคิดการหาคนกลางมาเป็นผู้ประสานการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งทางการเมือง มีการพูดถึงและพยายามทำบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้นำกองทัพ หรือ 7 องค์กรเอกชน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ คู่ขัดแย้งยังคงเดินอยู่ในเกมของตัวเอง นำพาสถานการณ์มาติดหล่มอยู่ในภาวะอึมครึมทางการเมืองเช่นปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของชาติ

ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีแล้ว มีการยืดหนี้การค้าในระยะเวลาที่นานขึ้น จากเดิม 30 วัน กลายเป็น 45 วัน หรือบางบริษัทก็หลายเดือน ส่งผลต่อสภาพคล่อง เหลือแค่ว่าสายป่านใครจะยาวแค่ไหน

“ปัจจัยมันมีทั้งจากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซ้ำด้วยปัญหาการเมืองอีก กำลังซื้อจากชาวนาก็ไม่มีเข้ามาในระบบ การกู้เงินธนาคารตอนนี้ก็เอาไปอุดสภาพคล่องมากกว่าเอาไปลงทุนใหม่ เอกชนมองว่าถ้าการเมืองลากยาวแบบนี้ สภาพคล่องคงรับไม่ได้ มันจะหนักยิ่งกว่าวิกฤตปี 2540 เพราะตอนนั้นลูกค้ายังดี แต่เราสะดุดขาตัวเองล้มเอง แต่ตอนนี้ลูกค้าก็แย่ แถมเรายังมีปัญหาการเมืองอีก”ธนิต กล่าว

รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากการเมืองไม่มีทางออกลากยาวไปจนถึงเดือน มิ.ย. เชื่อว่าธุรกิจเอสเอ็มอีคงไม่มีทางรอด ถึงช่วงปลายปีจะเห็นตัวเลขหนี้เอ็นพีแอลสูงขึ้นอีกมากในระบบ ภาวะเช่นนี้ต้องรีบปลดล็อกการเมือง หาคนกลางประสานเจรจาคู่ขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม การหาคนกลางก็ดูจะสิ้นหวังเพราะการเมืองอยู่ริมเหวทั้งคู่ ใครถอยก็ตกเหว ภาคเอกชนก็พยายามพูดคุย แต่ก็หาคนเป็นกลางค่อนข้างยาก ดังนั้น คิดว่าคงต้องตัดคนกลางที่เป็นบุคคลออก เพราะขนาดผู้นำ 3 เหล่าทัพพยายามเป็นคนกลางก็ยังไม่สำเร็จ แต่หาองค์กรที่มีความเป็นกลางและมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมารับบทบาทแทน เช่น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) หรือแม้แต่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ตัวบุคคลที่เป็นประธานองค์กร แต่ให้องค์กรเข้าไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ จัดกำลังคนและสถานที่เท่านั้น

“ประเด็นคือใครจะดึงคู่ขัดแย้งมานั่งเจรจา มันก็อาจต้องมีหลายๆ องค์กรทำบัญชีหางว่าวไปถึงคู่ขัดแย้ง ซึ่งความหวังอาจจะน้อยแต่มันก็ต้องทำ”ธนิต กล่าว

ด้าน ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการอิสระด้านแรงงาน ให้ความเห็นว่า สังคมพูดเรื่องคนกลางมายาวนาน แต่คนกลางกลับเหลือน้อยลงเรื่อยๆ และไม่มีพลังพอที่จะบีบให้ทั้งสองฝ่ายมานั่งคุยกันได้ ด้วยเหตุนี้ทางแก้คือต้องเรียกร้องให้นักวิชาการ นักคิด หรือคนที่พูดแล้วมีน้ำหนัก ยอมรับร่วมกันก่อนว่าทางออกไม่มีแล้ว แบบนี้ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ แล้วถอยออกมาจากการเป็นคู่ขัดแย้งหรือสนับสนุนคู่ขัดแย้ง เพื่อลดทอนอำนาจต่อรองของคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย

“ถ้าเขาคิดว่ายังมีคนสนับสนุนอยู่ มันก็ยังมีความชอบธรรมของฝ่ายตัวเอง เขาก็ไม่ฟังใคร แต่ถ้าคนที่สนับสนุนถอยออกมาห่างๆ เพื่อลดทอนความอหังการของคู่ขัดแย้ง ก็จะเป็นแรงบีบให้ทั้งสองฝ่ายต้องหันมาเจรจากัน”ศักดินา กล่าว

ศักดินา ทิ้งท้ายว่า อย่าลืมว่าขนาดสงครามยังต้องจบบนโต๊ะเจรจา สุดท้ายการเมืองก็หนีไม่พ้นต้องมานั่งเจรจากัน

ขณะที่ สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และแนวร่วม กปปส. ยอมรับว่า ในบริบทปัจจุบันคงหานายกรัฐมนตรีคนกลางตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องได้ยาก และแนวทาง กปปส.เองก็ไม่ได้ต้องการให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางมาทำหน้าที่เช่นกัน เพราะรู้ดีว่าไม่สามารถได้ข้อยุติว่าเป็นคนกลางจริงหรือไม่

“นายกรัฐมนตรีหลังจากนี้ต้องพร้อมทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศ ซึ่งก่อนจะปฏิรูป นายกฯ จะต้องมีความโปร่งใสเป็นอันดับแรก หากนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังของมวลมหาประชาชนจริงๆ เราก็จะออกมาตรวจสอบเช่นกัน ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะระบอบทักษิณเพียงอย่างเดียว”สมบัติ ระบุ

สมบัติ บอกอีกว่า การได้นายกฯ คนดีมาทำหน้าที่นั้น ย่อมจำเป็นต้องเป็นศัตรูกับคนเลว ซึ่งนายกฯ ที่จะมาทำหน้าที่นี้ต้องยอมรับความจริงดังกล่าว แต่แน่นอนว่ามวลมหาประชาชนจะช่วยต่อสู้กับคนเลวด้วยเช่นกัน

ขณะที่ พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช และสมาชิกประชาคมสาธารณสุข กล่าวว่า นายกฯ คนกลางจะต้องไม่เป็นคนของพรรคการเมืองหรือเป็นตัวแทนของพรรคการเมืองใด นอกจากนี้ยังต้องประสานได้ทุกฝ่าย รวมถึงควรมีความเข้าใจในข้อกฎหมาย เนื่องจากต้องสร้างกติกาใหม่ที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

“ประชาคมสาธารณสุขเห็นตรงกันว่าภาระสำคัญของนายกฯ คนกลางคือการผ่าทางตันของประเทศ เชื่อว่าคนไทยจะเห็นร่วมกันว่าหากปล่อยลักษณะนี้ต่อไป ความขัดแย้งจะขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ และถึงเวลาที่จะต้องหันหน้าเข้าหากัน”พญ.อุทุมพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์