
ศาลชี้รัฐต้องรับผิดชอบตามกม.หากทำเกินกว่าเหตุ
ทนายกปปส.ร้องศาลแพ่งสั่งรัฐบาลหยุดใช้กำลัง-อาวุธสลายม็อบ ขณะที่ศาลชี้หากกระทำเกินกว่าเหตุขัดม.17พรก.ฉุกเฉินต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
ทนายกปปส.ร้องศาลแพ่งสั่งรัฐบาลหยุดใช้กำลัง-อาวุธสลายม็อบ ขณะที่ศาลชี้หากกระทำเกินกว่าเหตุขัดม.17พรก.ฉุกเฉินต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วินิจฉัยและมีคำสั่งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม,ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะรองผอ.ศรส. จำเลยในคดีฟ้องเพิกถอนพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548หยุดการฝ่าฝืนคำสั่งการคุ้มครองชั่วคราวในคดีดังกล่าวเป็นการด่วน
ทั้งนี้คำร้องสรุปว่า ศาลแพ่งได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฟ้องเพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในวันที่19ก.พ.เวลา15.00น. โดยมีคำสั่งในตอนท้ายของการพิจารณาการคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉินไว้ว่า การดำเนินการตามมาตรการอื่นๆ ให้เป็นไปโดยสุจริต เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและไม่เกินกว่าเหตุหรือความจำเป็น แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.พ. จำเลยทั้งสามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากใช้แก๊สน้ำตา อาวุธปืนออกมาสลายการชุมนุม โดยไม่รอผลเจรจาและทำการรื้อแผงกั้น เต๊นท์ที่พักอาศัยพร้อมทั้งยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่นั่งสวดมนต์ ซึ่งเป็นการกระทำการเกินกว่าเหตุและความจำเป็น
ต่อมาศาลพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่า ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปแล้วเมื่อวันที่31ม.ค.ที่ผ่านมา หากมีการกระทำฝ่าฝืนคำสั่งคุ้มครองตามที่โจทก์อ้างจำเลยทั้งสามย่อมต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ตามมาตรา17แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีจึงไม่จำเป็นต้องสอบถามข้อเท็จจริงอีก







