posttoday
แบงก์รัฐหนีตายกู้พิศดารจ่ายจำนำข้าวล่ม

แบงก์รัฐหนีตายกู้พิศดารจ่ายจำนำข้าวล่ม

18 กุมภาพันธ์ 2557

โดย..เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย..เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ในที่สุดรัฐบาลก็ผิดสัญญาจ่ายหนี้จำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท ไม่สามารถทำได้ตามที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลั่นวาจาไว้ว่าจะเริ่มทยอยจ่ายเงินให้ชาวนาได้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.นี้

สาเหตุมาจากการปฏิบัติการกู้เงินแบบพิลึกพิลั่นของกระทรวงการคลัง ที่ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กู้เงินอินเตอร์แบงก์จากธนาคารออมสิน จำนวน 2 หมื่นล้านบาท ต้องล่มกลางคัน หลังจากลูกค้าธนาคารออมสินไม่พอใจแห่ถอนเงินถึง 3 หมื่นล้านบาท จนธนาคารออมสินต้องล้มดีลเงินกู้ เพราะหวั่นคนแห่ถอนเงินไม่หยุด

ขณะที่ ธ.ก.ส.ก็หวั่นว่าการใช้เงินกู้อินเตอร์แบงก์จากธนาคารออมสินก้อนแรก 5,000 ล้านบาท จะผิดกฎหมาย จึงเบรกการใช้เงินก้อนดังกล่าว เพื่อรอหารือข้อกฎหมายกับกระทรวงการคลังให้ชัดเจนก่อน ส่งผลให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนาได้ตามที่รัฐบาลออกมาป่าวประกาศ

ขณะที่ ธ.ก.ส.มีเงินที่ปลอดภาระที่จ่ายชาวนาได้อย่างไม่มีปัญหาเหลือแค่ 3,000 ล้านบาท สามารถจ่ายให้ชาวนาได้เพียง 1 หมื่นรายเท่านั้น จากชาวนาที่รอเงินอยู่กว่า 1 ล้านราย เป็นเงินค้างจ่ายอีก 1.1 แสนล้านบาท ส่งผลให้คำพูดที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่ว่าจะทยอยจ่ายเงินให้ชาวนาได้วันละ 4,000 ล้านบาท ใช้เวลาประมาณ 68 สัปดาห์ ก็จะครบทุกคน กลายเป็นความหวังที่เลื่อนลอยอีกเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ข้อมูลของกิตติรัตน์ยังขัดกับข้อมูลของ ธ.ก.ส.ที่สามารถจ่ายเงินให้กับชาวนาได้เพียงวันละ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนการจ่ายเงินให้ชาวนาวันละ 4,000 ล้านบาท ต่อให้มีเงินก็ไม่สามารถทำได้ตามที่กิตติรัตน์ระบุ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะจ่ายเงินชาวนาได้หมดภายใน 12 เดือน อย่างที่รัฐบาลสัญญาไว้กับชาวนา

ที่สำคัญ การให้ ธ.ก.ส.กู้เงินอินเตอร์แบงก์จากธนาคารออมสิน ที่รัฐบาลคิดว่าจะเป็นตัวช่วยซื้อเวลาไม่ให้ชาวนาไปรวมตัวขับไล่รัฐบาล ก็แท้งถาวรไปแล้ว เพราะวงแตกทั้งแบงก์และผู้บริหารแบงก์ต่างหนีตายกันให้วุ่น

ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ที่เก็บตัวเงียบมานาน ออกมาระบุว่า การกู้อินเตอร์แบงก์จากออมสินเพื่อมาจ่ายจำนำข้าวนั้น กระทรวงการคลังเป็นคนจัดหามาให้ ไม่ใช่แบงก์เป็นคนดำเนินการ โดยกิตติรัตน์ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง และ จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นคนจัดการทั้งหมด ส่งผลให้การกู้เงินดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3) ได้ เพราะรัฐบาลรักษาการก่อหนี้ใหม่ โดยการทำนิติกรรมกู้เงินอำพราง

ขณะที่ วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่ก่อนหน้านี้ออกมาระบุว่า ไม่รู้ว่า ธ.ก.ส.กู้เงินไปทำอะไร รู้แต่ว่ากู้ไปเสริมสภาพคล่อง และคลังไม่ได้สั่งให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ ก็ชิงหนีไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น อ้างว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในการปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ ไม่ใช่เรื่องของผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

แม้ผู้อำนวยการธนาคารออมสินจะระบุว่า การปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับตอบไม่ได้ว่าถูกต้องตามพฤตินัยหรือไม่ แบงก์ออมสินจึงได้บทเรียนราคาแพง ถูกแห่ถอนเงิน เพราะไม่เชื่อมั่นผู้บริหารที่ทำตามใบสั่งการเมือง กระทบต่อความน่าเชื่อถือ จนส่งผลให้แบงก์เจอวิกฤตรุนแรง

สุดท้ายธนาคารออมสินต้องถอยหนีตาย เพราะหากดันทุรังต่อมีแต่เสียกับเสีย เหมือนกับ ธ.ก.ส.ที่หนีตาย โยนเผือกร้อนคืนให้ฝ่ายการเมืองชนิดเปิดหน้าชกเป็นอย่างไรเป็นกัน เพราะไม่ได้เพียงแต่ถูกกดดันจากลูกค้าของธนาคารที่พร้อมใช้มาตรการทางสังคมกับทั้งสองแบงก์ แต่ยังมีกรรมาธิการการเงินการคลังของวุฒิสภาที่เรียกผู้บริหารทั้งสองแบงก์เข้าชี้แจง หากข้อเท็จจริงถูกเปิดเผยออกมา ก็จะเป็นผลลบกับแบงก์มากขึ้นไปอีก

ทั้งหมดส่งผลต่อการหาเงินของรัฐบาลมาจ่ายเงินชาวนา โดยการให้ ธ.ก.ส.กู้อินเตอร์แบงก์จากธนาคารออมสินถูกปิดตาย ขณะที่คลังบอกว่ามีแบงก์พาณิชย์สนใจปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ให้ ธ.ก.ส.จ่ายจำนำข้าว ก็ถูกปิดสนิทไปด้วย เพราะเห็นการแห่ถอนเงินจากธนาคารออมสิน 3 หมื่นล้านบาทต่อหน้าต่อตา คงไม่มีแบงก์ไหนกล้าเสี่ยง

ไม่ต้องพูดถึงการให้ ธ.ก.ส.กู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน ที่ตายสนิท ไม่มีสถาบันการเงินไหนเสี่ยงตายแม้แต่แห่งเดียว เพราะธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยที่มีข่าวถูกรัฐบาลบีบให้ปล่อยกู้ก็เจอลูกค้าไม่พอใจถอนเงินไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท จึงเหลือแต่การระบายข้าวทางเดียวเท่านั้นที่รัฐบาลจะหาเงินมาจ่ายคืนหนี้ชาวนาได้

แต่การระบายข้าวก็ติดปัญหาว่า รัฐบาลต้องแบกผลขาดทุนจำนวนมหาศาลหลายแสนล้านบาท อีกทั้งถ้าเปิดโกดังขายข้าว ก็ยังเจอปัญหาข้าวในสต๊อกอยู่ไม่ครบอีก เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องการเกลี่ยๆ ไว้ไม่ให้ใครรู้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะขายข้าวเอาเงินมาจ่ายชาวนาได้หมด

นอกจากนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลบีบให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้โรงสีและผู้ค้าข้าวกับรัฐบาล โดยอ้างว่าจะได้เงินมาจ่ายชาวนา ก็เป็นการจับชาวนาเป็นตัวประกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ค้าข้าวที่เป็นของนักการเมืองและนายทุนใกล้ชิดนักการเมืองใหม่มีสภาพคล่องไปซื้อข้าวดีราคาต่ำจากสต๊อกข้าวของประเทศ ขณะที่กว่าจะได้เงินมาจ่ายชาวนา รัฐต้องรออีกถึง 180 วัน หรือ 6 เดือนข้างหน้า จึงเป็นไปไม่ได้ว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินให้ชาวนาได้ภายใน 12 เดือนนี้

ทั้งหมดทำให้การใช้เงินจ่ายหนี้ชาวนาของรัฐบาลถึงทางตัน ไม่เหลือแม้แสงสว่างที่ปลายถ้ำ ต้นตอมาจากการดำเนินโครงการไม่โปร่งใส มีการทุจริตและความเสียหายจำนวนมาก เงินที่ดำเนินการจึงถูกกินหัวกินหาง จนไม่พอมาหมุนเวียนจ่ายชาวนา และการระบายข้าวทำไม่ได้ เพราะยิ่งเร่งขายข้าว ความเสียหายและการทุจริตจะโผล่ขึ้นมาเป็นปัญหากับรัฐบาลเพิ่มขึ้น

สำหรับการกู้พิสดารต่างๆ นานา ที่รัฐบาลร่วมมือกับแบงก์รัฐพยายามตีความกฎหมายให้เข้าข้างตัวเองนั้น ก็ค้านกับความรู้สึกของสังคมและลูกค้าเงินฝาก ปัญหาบานปลายกลายเป็นไฟลามทุ่งจนแบงก์สะเทือนหนีตายกันวุ่น

ส่งผลให้รัฐบาลเข้าตาจนไม่มีเงินมาจ่ายชาวนาตามที่ตีฆ้องร้องป่าวเอาไว้

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์