
3 แบงก์รัฐอ่วมเจอลูกค้าต้านจำนำข้าว
ภายหลังจากคณะกรรมการธนาคารออมสินได้อนุมัติเงินกู้อินเตอร์แบงก์ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 2.7% เป็นเวลา 1 เดือน โดย ธ.ก.ส.ได้เบิกเงินครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ไปแล้ว 5,000 ล้านบาท และได้ติดต่อขอกู้อีก 4,000 ล้านบาท เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องจ่ายให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวกว่า 1.4 ล้านราย
ภายหลังจากคณะกรรมการธนาคารออมสินได้อนุมัติเงินกู้อินเตอร์แบงก์ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 2.7% เป็นเวลา 1 เดือน โดย ธ.ก.ส.ได้เบิกเงินครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ไปแล้ว 5,000 ล้านบาท และได้ติดต่อขอกู้อีก 4,000 ล้านบาท เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องจ่ายให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวกว่า 1.4 ล้านราย
การปล่อยกู้ดังกล่าวได้เกิดกระแสความไม่พอใจของประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าวที่ไม่มีความโปร่งใส ใช้งบประมาณแผ่นดินไปจำนวนมากและกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงนัดแนะผ่านทางโซเชียลมีเดียเพื่อไปถอนเงินออกจากธนาคารที่สนับสนุนโครงการที่ไม่โปร่งใสของรัฐบาล
ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ มีประชาชนจำนวนมากแห่ไปถอนเงินและนำเอาสลากออมสินไปขายที่สาขาของธนาคารออมสินจำนวนมาก จนเงินสดหมดธนาคาร จึงต้องใช้วิธีการจ่ายแคชเชียร์เช็คให้ลูกค้า บางสาขาถึงขั้นให้บัตรคิวลูกค้าไปและให้กลับมารับเงินอีก 3 วัน
วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ. มีลูกค้ามาถอนเงินทั้งสิ้น 3 หมื่นล้านบาท จากปกติมีการถอนเงินเฉลี่ยราว 7,000 ล้านบาท และมีการฝากเงินเข้ามา 1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ได้สั่งการไปยังสาขาธนาคารทั่วประเทศให้เตรียมพร้อมสำรองเงินสดเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เดิมได้สำรองเงินสดสาขาละ 2 ล้านบาทก็ให้เพิ่มเป็นสำรอง 5 เท่า เพื่อรองรับการถอนเงินของลูกค้า
สำหรับสาขาของธนาคารออมสินที่โดนถอนเงินมากที่สุด คือ ใน กทม.และปริมณฑล และสาขาทางภาคใต้ โดยเฉพาะที่สาขานครศรีธรรมราช มีลูกค้าถอนเงินสด 12 ล้านบาท ภายใน 2 ชั่วโมง กระทั่งช่วงบ่าย ทุกสาขาของธนาคารออมสินใน จ.นครศรีธรรมราช ต้องยุติการจ่ายเงินสดเนื่องจากจำนวนเงินสดในระบบมีไม่เพียงพอ เปลี่ยนเป็นเช็คของธนาคารแทนทำให้ประชาชนหลายคนไม่พอใจ
เช่นเดียวกับ จ.สงขลา ประชาชนทั่วไปแห่มาถอนเงินเป็นจำนวนมากจนแน่นธนาคารตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะช่วงบ่ายไปจนถึงก่อนปิดธนาคารยังมีรอคิวจำนวนมากจนเงินไม่พอจ่ายให้ลูกค้า หลังปิดทำการยังมีลูกค้ารอคิวค้างอยู่ในธนาคารนับร้อยราย
นางสมศรี สำราญ ผู้จัดการสาขาธนาคารออมสินหาดใหญ่ เปิดเผยว่ายังไม่สรุปตัวเลขได้ว่าวันนี้มีการแห่ถอนเงินเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใด ธนาคารขอให้ความมั่นใจว่าลูกค้าทุกรายจะได้รับเงินฝากแน่นอนไม่ต้องกังวล และมีเงินเพียงพอแต่อาจล่าช้าบ้างเนื่องจากต้องขนเงินเข้ามาเพื่อรองรับการแห่ถอน คาดว่าไม่เกิน 23 วันจะเบิกจ่ายได้ตามปกติ
บุญชัย แซ่ลี้ ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า มาเข้าคิวถอนเงิน 1 ล้านบาทตั้งแต่ช่วงเช้า แต่จนถึงบ่ายสามโมงยังไม่ได้รับเงินสด ธนาคารจ่ายเป็นเช็ค แต่ผมต้องการเงินสด ระหว่างที่รอยืนยันว่าเห็นมีลูกค้ารายใหญ่แบกเงินออกจากธนาคารเต็มกระเป๋าเป้ใหญ่ คาดว่าคงเป็นเงินหลายล้านบาท และมีลูกค้ารายใหญ่ทยอยหอบเงินออกไปลักษณะเดียวกันหลายราย จนทำให้เงินเกลี้ยงธนาคารในช่วงเช้า
ญดาภรณ์ ศรีพัฒน์ ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า ประชาชนทยอยมาถอนเงินและปิดบัญชีตลอดทั้งวัน ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อย จากการสอบถามเหตุผล พบว่าไม่พอใจที่มีการกู้เงินระหว่างธนาคารออมสิน กับ ธ.ก.ส. เพื่อความสบายใจจึงติดต่อปิดบัญชี หากคลายความวิตกกังวลแล้ว อาจกลับเข้ามาเป็นลูกค้าของธนาคารออมสินต่อไป
อย่างไรก็ดี ไม่เพียงธนาคารออมสินที่โดนประชาชนถอนเงินออกไปเท่านั้น แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ก็โดนลูกค้าถอนเงินไปมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงไทยถูกถอนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท และหากยังปล่อยให้ประชาชนแตกตื่นถอนเงิน ในที่สุดธนาคารทั้งหมดจะขาดสภาพคล่อง
“ขณะนี้ธนาคารออมสิน ยืนยันแล้วว่าจะไม่ปล่อยกู้ และ ธ.ก.ส.ก็จะคืนเงินให้ธนาคารออมสิน ลูกค้าน่าจะพอใจและเลิกถอนเงิน ซึ่งคาดว่าใช้เวลา 12 วัน สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” แหล่งข่าวกล่าว







