posttoday
ณ หมายหลักแผ่นดิน ที่(เคย)แยกเป้นสอง (ตอน 1)

ณ หมายหลักแผ่นดิน ที่(เคย)แยกเป้นสอง (ตอน 1)

16 กุมภาพันธ์ 2557

ตันดา กวีเวียดนามปฏิวัติผู้ยังไม่อาจสลัดตัวจากมนต์เสน่ห์ยั่วยวนของสุรา

ตันดา กวีเวียดนามปฏิวัติผู้ยังไม่อาจสลัดตัวจากมนต์เสน่ห์ยั่วยวนของสุรา เคยลั่นวาจาอย่างองอาจในบทกวี “เมาอีก” ว่า“เมาฤๅใช่เรื่องพึงยินดี ... ข้ารู้ ... เอาเถอะจะว่าเลวก็ตามที ... มาเมากันให้สมใจ! ... ให้โลกมึนชา ให้ฟ้าแดงชาด ... ใครเล่าจะกล้าเย้ยหยัน”

ใครเล่าจะกล้าเย้ยหยัน? ในคืนหนาวเหน็บของฤดูวิปริต เราต้องการสุรามากกว่าข้าวต้มอุ่นๆ ที่จะอุ่นได้เพียงเฮือกเดียวหากมันตากลมยะเยือกไม่เกินกว่า 3 องศาฯ กลางหุบเขาของเมืองลาวบาว ประตูสู่ภาคกลางเวียดนามไม่ไกลจากชายแดนลาว หัวค่ำคืนนั้นเราด้อมๆ มองๆ หาอะไรรองท้องที่ย่านใจกลางเมือง จากการพยุงท้องบนเส้นทางหมายเลข 13 มาทั้งวัน เราได้รับการต้อนรับด้วยข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยวญวนรสชาติเด็ดขาด ช่วยให้ลืมอาการหนาวสั่นสะท้านและความมึนงงกับการเดินทางข้าม 3 ประเทศในวันเดียว เช้าเริ่มที่มุกดาหาร สาย บ่าย และเย็นย่ำที่ลาว ก่อนถึงค่ำคืนในเวียดนาม

ในเมืองเล็กๆ แห่งนั้นมีหลายอย่างรองรับความเปลี่ยวเหงาในความเหินห่างจากเมืองใหญ่และความชิดใกล้ขุนเขาเขียวสด มันคือเมืองชายแดนที่ค่อนข้างพัฒนาสักหน่อย ถ้าเทียบกับบางเมืองในลาวหรือกัมพูชา บางเวลาเรารู้สึกว่าสาธารณูปโภคที่นี่พร้อมพรักกว่าชายแดนบางเมืองของไทยด้วยซ้ำ

ลาวบาวไม่ธรรมดาอย่างที่คิด เมืองหน้าด่านย่อมเต็มไปด้วยมิจฉาชีพ อาชีพขายบริการ และอีกหลายอย่างที่ทำให้เราและทางการเวียดนามในฮานอยไม่สบอารมณ์ แต่โทษพวกเขาได้หรือ ในช่วงเวลาที่เราต้องทนอยู่กับสภาพปากกัดตีนถีบ และไม่อาจเรียกร้องให้ใครได้ยิน

คืนนั้นบางคนในคณะเราหมดข้าวต้มไปหลายชาม เพราะมันถูกปากอย่างเหลือเชื่อ รวมถึงอาหารหลายอย่างริมเส้นทางเดียวกันที่มีรสชาติเกินห้ามลิ้น บางคนซูฮกจากใจว่าคนเวียดนามเป็นเลิศในเรื่องอาหารการกินจริงๆ ให้ตาย เราบางคนสาดเหล้าขาวเวียดนามล้างลำคอไม่ขาดระยะจนร่างกายอุ่นราวนั่งผิงไฟ ความอบอุ่นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะจากเรื่องเล่าสัปดนและบันทึกการเดินทางจากปากคำของพวกเรา ผู้คนรอบข้างเริ่มให้ความสนใจและแลกเปลี่ยนรอยยิ้มเอ็นดู บางคนเข้าร่วมวง (ซึ่งนั่งบนตั่งเล็กๆ รอบโต๊ะเตี้ย) โดยไม่มีประเด็นแอบแฝงในลักษณะ Tout หรือเล่ห์เหลี่ยม

เราชนจอก “สามัคคียา” (กระแทกจอกด้วยความสามัคคีในภาษาลาวติดสำเนียงญวน) กันหลายยก คุยกันหลายเรื่องตั้งแต่ราคาโทรศัพท์มือถือในฮานอยไปจนถึงการเมืองร่วมสมัยในไทยหลายเรื่อง แต่เรายิ้มให้กันมากกว่าเขม่นใส่

ณ หมายหลักแผ่นดิน ที่(เคย)แยกเป้นสอง (ตอน 1)

 

ลาวบาวนับเป็นเมืองประเภท Easygoing เมืองหนึ่งของอินโดจีน แม้ร้านอาหารริมทางจะปิดตัวลงเมื่อน้ำค้างโรยหนักและลมหนาวเสียดกระดูก แต่ร้านคาราโอเกะ บาร์ และบ้านของมิตรผู้เอื้อเฟื้อจะเปิดให้บริการตลอดทั้งคืน กว่าจะรู้ตัวอีกทีเราก็เมาจนมึนว่ากำลังนั่งเอกเขนกอยู่ที่ไหนแล้วคุยกับคนเวียดนามรู้เรื่องได้ยังไง?

เราไม่โทษใครจริงๆ ถ้าสมองทั้งก้อนจะปวดรวดร้าวด้วยอาการแฮงโอเวอร์ในเช้าวันต่อมา!

สายลมในคืนดาวเต็มฟ้าของฤดูหนาวไม่โรแมนติกเกินไปสำหรับเรา แต่ชวนให้เฉลิมฉลองกันถึงรุ่งสาง

และในรุ่งสางวันใหม่ เทือกเขาโอบล้อม ลาวบาวไว้ในทะเลหมอก กรุ่นควันสีขาวจากเตากาแฟ แผงขายโจ๊ก และเฝอ เราเลือกที่จะกำราบแฮงโอเวอร์ด้วยเบียร์ฮูดา ส่วนที่เหนือกำลังสูดกลิ่นละมุนของกาแฟเวียดนามที่ได้ชื่อว่ารสและกลิ่นไม่เป็นรองใครในอินโดจีน

ถึงจะยังไม่เข้าขั้นอันดับโลกในเรื่องรสชาติ แต่เป็นอันดับสองในเรื่องปริมาณ จะเป็นรองก็แค่บราซิลเวียดนามบางคนคุยโอ่ว่ายังงั้น

“ก่าเฟ” เดินทางถึงเวียดนามพร้อมกับนักล่าอาณานิคมฝรั่งเศส พวกนั้นพบว่าเวียดนามซึ่งถูกแบ่งเป็นสามแคว้น (ตองกิน อันนัม โคนชินฌีน) มีไม่กี่แห่งที่อากาศเย็นชื้นเหมาะกับนิสัยของกาแฟ หนึ่งในสถานที่เช่นนั้นคือที่ราบสูงตอนกลางของประเทศไม่ไกลจากแขวงบอละเวนของลาว ดินแดนอันลือเลื่องในด้านกาแฟรสละมุน และถิ่นฐานเดิมของพวกมงตานญาร์ด ชาวดอยผู้เป็นญาติพันธุ์เดียวกับชาวข่าและอีกหลายกลุ่มในพื้นที่ลำเนาป่าแห่งอินโดจีนตอนใต้

เอกลักษณ์ของกาแฟเวียดนามไม่ได้อยู่ตรงที่มันเดินทางข้ามป่าดงลงจากหมู่บ้านชนเผ่าเหนือยอดดอยสู่ปลายลิ้น เสน่ห์ของ “มารสีดำ” แห่งเวียดนามอยู่ที่วิธีการละเมียด ผู้เสพ (เสพเลยเหรอ? บางคนอาจแย้ง ใช่, เสพ เพราะกาแฟเกี่ยวพันจากปลายลิ้นล้วงลึกถึงอารมณ์และวิญญาณ ลองถามนักเขียน Fiction บางคนคงได้รับคำตอบที่น่าฟังกว่านี้) จะได้รับกาแฟพร้อมกับเครื่องกรองขนาดกะทัดรัด หน้าที่ของเราก็เพียงแค่มองหยาดสีดำหยดลงสู่แก้วทีละน้อยๆ จนเพียงพอสำหรับการดื่มอย่างไม่รีบร้อน

เครื่องกรองอย่างนี้ให้กลิ่นของกาแฟอบอวลชวนเสพ และเพลิดเพลินยิ่งนักในท่ามกลางความกรุณาของธรรมชาติ ความละมุนจะเหือดหายไปในทันทีหากเราละเมียดมันในเช้าที่เร่งรีบของเมืองใหญ่ หรือรู้สึกว่ากำลังดื่มกาแฟคุณภาพเดียวกับน้ำล้างแก้ว ซึ่งเราไม่ใช่ทั้งสองอย่าง

เราไม่พูดคุยกันมากคำในเช้าไม่รีบร้อน สถานีขนส่งเมืองลาวบาวให้ความรู้สึกไม่ต่างจากจังหวัดบ้านนอกของเราเมื่อหลายปีก่อน เรียบง่าย ไม่สะดวกเท่าวันนี้ แต่มีชีวิตชีวาและไม่มีเลศนัย เบียร์ฮูดาหลังเฝอ ไม่เลวเลยสำหรับเรา บางมิตรสหาย เขาแฮงโอเวอร์มากถึงขั้นทิ้งกาแฟมาจิบเบียร์อ่อนๆ มันจะทำให้เขาเข้าห้องน้ำครั้งอีกหลายหนในเวลาต่อมา น่าเห็นใจที่เขาปวดทุกข์ระหว่างที่โดนขังอยู่บนรถตู้เสียด้วย แต่บางคนของพวกเรานั่งมองหยาดกาแฟหล่นแหมะอย่างใจเย็น ราวกับพระเซนแสวงหานิพพานจากกระเซ็นหยดชาเขียว

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท