posttoday
พญามังรายกับคอสุรา

พญามังรายกับคอสุรา

16 กุมภาพันธ์ 2557

เมื่อหลายวันมาแล้วผมไปคุยกับ รศ.ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

เมื่อหลายวันมาแล้วผมไปคุยกับ รศ.ธีรศักดิ์ วงศ์คำแน่น อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปัจจุบันเป็นอาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรม สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

อาจารย์ได้มอบหนังสือที่เป็นผลงานของท่านให้ผมหลายเล่ม โดยเล่มแรกเป็นหนังสือสารานุกรมภาพลายเส้น สถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ เล่ม 2 เกี่ยวกับวัง และเล่ม 3 เกี่ยวกับวัด ภาพลายเส้นในเล่มฝีมือของท่านล้วนๆ สวยงามมาก

อีกเล่ม คือ ร้อยเรื่องเมืองลำปาง เป็นบทความสั้นๆ เกี่ยวกับลำปาง เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม โบราณสถาน การอนุรักษ์ เทคนิควิทยาและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน

เกี่ยวกับภาษา วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ประเพณี พิธีกรรม การแสดง เกี่ยวกับ จ.ลำปาง จัดพิมพ์โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

ในร้อยเรื่องเมืองลำปาง มีเรื่องหนึ่งที่อาจารย์ในวัยเกษียณอายุแล้วเขียนและอยากนำมาเล่าสู่ฟัง เป็นเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการกินเหล้าในสมัยพญามังราย ผมรู้สึกชอบใจกับกฎหมายนี้มาก อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง

เกี่ยวกับการดื่มเหล้า ใครจะว่ายังงัยก็เหอะครับ แต่คนเราก็กินกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณนานนมแล้ว ตั้งแต่ทำเองกินเอง มาถึงวันนี้ไม่ต้องทำ อยากกินก็ซื้อกิน ขอแค่มีเงิน จะกินราคาแพงแบบไฮโซกิน หรือราคาแบบโลโซ ก็สุดแต่

สำหรับผมนั้นไม่กินเหล้า ซึ่งการไม่กินเหล้าของผมนั้น ไม่ใช่ตั้งใจจะรักษาศีลข้อ 5 งดเว้นจากการดื่มสุราและเมรัย อะไรหรอก เพียงแต่ไม่อยากกินเท่านั้นเอง ศีลข้อ 5 บริสุทธิ์ จึงเป็นผลพลอยได้

กระนั้น การกินเหล้าก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล คนอื่นผมไม่ก้าวล่วง

แต่ถ้าเป็นญาติ เป็นพี่น้อง คนที่รัก ที่พูดสอนอบรมหรือตักเตือนกันได้ อาจมีปราม มีขอ และจัดการบ้าง หากเห็นว่ากินแล้วเกินเลยชักจะไปกันใหญ่

เป็นต้นว่า กินแล้ว ปากเสีย ชอบด่า ชอบโวยวาย สร้างความรำคาญ พูดจาก้าวร้าว ข่มขู่ดูหมิ่นดูแคลน ลงไม้ลงมือต่อคนอื่น หรือแม้แต่คนใกล้ชิดรอบตัว เช่น ลูกเมีย พ่อแม่ พี่น้อง

อาจารย์ธีรศักดิ์ บอกว่า ในมังรายศาสตร์ หรือกฎหมายพญามังราย มีการตั้งกฎในการกินเหล้าสำหรับประชาชนไว้หลายมาตรา แล้วยกมาให้อ่าน 23 มาตรา

มาตราหนึ่ง พี่น้องมาเยี่ยมกัน กินเหล้าเมาให้เจ้าเรือนไปส่ง หากไม่ไปส่งและไม่ให้นอนค้าง ญาตินั้นกลับไปถูกฆ่าตายระหว่างทาง ให้เจ้าของเหล้าชดใช้เงิน 110 เงิน

ผิเจ้าของเหล้าบอก (คนเมา) ให้นอนค้างแต่ไม่ยอมนอน ให้บอกเพื่อนบ้านเป็นพยาน ถ้ามันถูกฆ่าตายระหว่างทาง ก็เลิกแล้วกันไป อย่าไปว่าอะไรแก่เจ้าของเหล้า

ผิเจ้าของเหล้าไปส่งผู้เมาถึงเรือน เจ้าเรือนผู้เมาไม่บอก (เจ้าของเหล้า) ให้นอนค้างเจ้าของเหล้ามาถูกฆ่าตายกลางทาง ให้ผู้เมาชดใช้ค่ามัน 110 เงิน

ผิผู้เมา บอก (เจ้าของเหล้า) ให้นอนค้างแล้ว ไม่ยอมนอน มาถูกฆ่าตายกลางทาง อย่าว่าอะไรแก่ผู้เมา

อีกมาตราหนึ่ง เจ้าของเรือนไม่ได้เรียกร้อง แต่ไปกินเหล้าที่เรือนของท่านเองก็ดี หรือเจ้าของเรือนเชิญท่านมากินเหล้าก็ดี ช่วยทำงานแล้วเลี้ยงเหล้าก็ดี ตกค่ำบอกให้นอนค้าง ถ้าไม่ยอมนอนก็ต้องไปส่ง หากไม่ไปส่งเพื่อนถูกฆ่าตาย ให้ใช้ค่า 330 เงิน

ผิไปส่งถึงเรือนแล้ว ผู้เมาไม่บังคับให้นอนค้าง หรือบอกแล้วแต่ไม่ยอมนอนก็ดี ผู้เลี้ยงเหล้ากลับมาถูกฆ่าตาย กลางทาง อย่าว่าอะไรแก่ผู้เมา เพราะเมื่อมันหาเพื่อนมากินเหล้า มันก็ต้องไปส่งเพื่อนอยู่เอง ไม่ตำหนิผู้เมาเพราะเหตุนั้น

อีกมาตราหนึ่ง คนกินเหล้ายาในเรือนท่านจนถึงค่ำมาก ก็เป็นความผิดของเจ้าเหล้า ผิเจ้าเหล้าไม่พาไปส่งบ้าน ท่านฆ่ามันตาย ให้เจ้าเหล้าชดใช้ค่า 300 เงินผิเข็ญใจให้ใช้ 200 เงิน หรือ 110 เงิน

การกินเหล้าถ้ากินตั้งแต่เวลากลางวัน ก็ไม่มีความผิดแก่เจ้าเหล้าแล

ผมว่าเป็นกฎหมายที่เจตนาดีและเป็นห่วงชาวบ้าน คือ แม้ว่าชาวบ้านกินเหล้าก็ยังเป็นห่วง ถึงกับออกกฎหมายคุ้มครอง เพื่อเป็นการป้องกันหากเกิดเรื่องหรือปัญหาขึ้นมา

ผมว่าเข้าท่าเข้าทีดีเหมือนกัน เพราะหากย้อนดูสมัยนี้ก็มีหลายๆ คนที่ทำเหมือนในกฎหมายบางข้อของมังรายศาสตร์เลย

เช่นว่า เพื่อนมากินเหล้าที่บ้านแล้วเกิดเมาหนักจนกลับบ้านไม่ได้ บางคนก็ไปส่งเพื่อนจนถึงบ้าน บางคนก็ให้ค้างที่บ้านของตนรุ่งเช้าค่อยกลับ ซึ่งเป็นการทำเพราะจิตใจที่เป็นห่วง ไม่ใช่เพราะกฎหมายบังคับ

คอสุราทั้งหลายลองไปหาอ่านมังรายศาสตร์ดูนะครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง