
ศรส.กลับลำให้136ท่อน้ำเลี้ยงชี้แจงก่อนอายัด
"ธาริต" กลับลำเชิญท่อน้ำเลี้ยงมาชี้แจงก่อนสั่งอายัดบัญชี เผย ให้เจ้าหน้าที่ กดดันเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ เปิดศูนย์ราชการ-จับพุทธะอิสระ ยันไม่ใช่สลายการชุมนุม
"ธาริต" กลับลำเชิญท่อน้ำเลี้ยงมาชี้แจงก่อนสั่งอายัดบัญชี เผย ให้เจ้าหน้าที่ กดดันเวที กปปส.แจ้งวัฒนะ เปิดศูนย์ราชการ-จับพุทธะอิสระ ยันไม่ใช่สลายการชุมนุม
เวลา 13.00น. วันที่ 15 ก.พ. นายธาริต เพ็งดิษฐ์. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เปิดเผยผลการประชุมศรส.ประจำวันที่ 15 ก.พ. ว่าที่ศรส.มีมติจะทำการตรวจสอบและ เชิญผู้ต้องสงสัยกลุ่มผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามพรก.ฉุกเฉิน หรือ เป็นท่อน้ำเลี้ยงการชุมนุมมาชี้แจงก่อน หากชี้แจงไม่ได้จึงจะประกาศรายชื่อระงับการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นธรรมมากกว่าที่เคยปฎิบัติ ของศอฉ.ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งชุมนุมปี2553 ที่ออกคำสั่งระงับการทำธุรกรรมก่อนแล้วจึงแจ้งที่หลัง
ทั้งนี้คาดว่าจะมีรายชื่อต้องสงสัยว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวมประมาณ 136 ราย แต่จะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะเชิญมาชี้แจงเมื่อไรนั้นต้องรอ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันการฟอกเงิน(ปปง.)กลับมาจากต่างประเทศก่อน
สำหรับกรณีที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กับนายเสรี วงษ์มณฑา หนึ่งในแกนนำกปปส.ที่ถูกดำเนินคดี โดยศาลสั่งให้ดีเอสไอระงับการสั่งธนาคารอายัดบัญชีรวม 7 บัญชีนั้นดีเอสไอดำเนินตามคำสั่งศาล แต่นายเสรี และแกนนำ กปปส. 58 คนอาจจะถูกอายัดบัญชีระงับธุรกรรมตามที่ศรส. ได้แต่งตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วย ดีเอส ไอ ปปง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรมยาเสพติด (ปปส) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสรรพากร
นายธาริตกล่าวว่า กรณีนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำกปปส. ผู้ต้องหาคดีร่วมเป็นกบฎ ในวันนี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาให้อนุมัติฝากจังต่ออีก12วัน รวมแล้วไม่เกิน 84 วัน ซึ่งเมื่อเวลา 12.00น ศาลอนุมัติฝากขังต่อแล้ว. แต่ต่อมานายสนธิญาณได้ขอประกันตัวออกไปนั้น ก็เป็นดุลยพินิจของศาล ก็ต้องปฎิบัติตามคำสั่ง แต่ศาลก็มีเงื่อนไขห้ามไม่ให้นายสนธิญาณ ไปดำเนินการยุยง หรือขึ้นเวทีอีก ดังนั้นดีเอสไอก็จะไม่ดำเนินการอะไร
นายธาริตกล่าวถึงการเริ่มปฎิบัติการของศรส. ด้วยการใช้ตำรวจเข้าดำเนินการในพื้นที่ชุมนุมต่างๆ เป็นการปฎิบัติการเพื่อเข้าตรวจค้น ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ตามหมายจับของศาล ไม่ใช่การสลายการชุมนุม การกระชับพื้นที่ หรือการขอคืนพื้นที่
ส่วนเมื่อเช้านี้ได้มีการปฎิบัติการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อตรวจสอบลาดตระเวน เจรจา กดดัน เพื่อขอเปิดสถานที่ศูนย์ราชการ และถนนแจ้งวัฒนะ กลับมาให้ประชาชนได้ดังเดิม รวมถึงการเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคือ พระพุทธะอิสระและการ์ดที่คุ้มกันด้วย ซึ่งต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง มิให้เกิดความสูญเสียโดยเฉพาะประชาชนที่ถูกใช้เป็นโล่มนุษย์
นอกจากนี้ศรส.ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินคดีกับแกนนำกปปส.และแนวรวม กรณีร่วมกันกระทำความผิดด้วยการขัดขวางการเลือกทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ โดยมีคดดีประเภทขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 159 คดี คดีประเภทเจ้าหน้าที่กกต.จงใจละทิ้งหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง 168 คดี รวมทั้งสิ้้น 327 คดี และศาลได้ออกหมายจับแล้ว 67 คน







