
ปชป.ขู่ฟ้องตำรวจขอคืนพื้นที่ทำม็อบเจ็บ-ตาย
ชวนนท์ ขู่ฟ้องตำรวจขอคืนพื้นที่ ทำผู้ชุมนุม บาดเจ็บ เสียชีวิต เปิดรับช่วยชาวนาร้องทุกข์ บี้รัฐบาลชง ศาลรธน. ชี้ขาด เลือกตั้ง 28เขต
ชวนนท์ ขู่ฟ้องตำรวจขอคืนพื้นที่ ทำผู้ชุมนุม บาดเจ็บ เสียชีวิต เปิดรับช่วยชาวนาร้องทุกข์ บี้รัฐบาลชง ศาลรธน. ชี้ขาด เลือกตั้ง 28เขต
เวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.พ. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอคืนพื้นที่การชุมุนมของประชาชน บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐและถนนราชดำเนินนอกนั้น มีกระแสข่าวว่าเป็นการขอคืนพื้นที่หลอกๆ แต่จะขอคืนจริงที่เวทีกปปส. ถนนแจ้งวัฒนะ ที่มีหลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นแกนนำ ซึ่งประชาชนชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และเป็นการชุมุนมที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 2 ครั้งว่าเป็นการใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญอนุญาต เป็นการแสดงออกโดยสงบ เป็นสิทธิพื้นฐานของคนไทย และแม้ขณะนี้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ และจะใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้เจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน แต่ถ้าใช้โดยไม่สมควรแก่เหตุหรือไม่ใช้ตามกฎหมายอนุญาต เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งต้องรับผิดตามกฎหมาย จึงขอเตือนผู้ปฏิบัติว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บังคับบัญชา เพราะไม่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.สรส. จะยืดอกรับแทน แต่ตรงกันข้ามหากมีคนบาดเจ็บล้มตายผู้รับผิดชอบคือผู้ปฏิบัติ จึงขอให้อย่าทำอะไรเกินขอบเขตหน้าที่ เพราะผู้ชุมุนมพร้อมดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเช่นกัน
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวนาที่เดือดร้อนจากการไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวต้องผูกคอตายและมีชาวนาคนหนึ่งที่ต้องการขายควายแต่ควายร้องเลยไม่กล้าขายไปตนได้ประสานให้ส.ส.พื้นที่จ.พิจิตรเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง แต่เชื่อว่าเป็นการซื้อเวลาเพื่อพ้นจากรัฐบาลรักษาการเท่านั้น และมีเป้าหมายคือการเป็นรัฐบาลสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ขอให้ชาวนาคนใดที่เดือดร้อนมากให้ประสานงานมายังพรรค เพื่อเป็นตัวแทนประสานงานไปยังองค์กรต่างๆ ให้ความช่วยเหลือชาวนาจนกว่าปัญหาจะคลี่คลาย และขอให้ชาวนาอดทนกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยขอให้เรียบเรียงปัญหา เพราะขณะนี้กำลังมีผู้ใจบุญที่จะตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาด้วย
นายชวนนท์ กล่าวถึงปัญหาการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ว่า รัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่างผลักภาระกันไปมา และเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลได้รับจดหมายของ กกต. ที่ขอให้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ 28 เขตดังกล่าว รัฐบาลก็จะโยนกลับไปว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะออกประกาศ กกต. ให้มีการเปิดรับสมัคร หากเป็นเช่นนี้ถึงสิ้นปีก็ยังไม่มีรัฐบาลที่สมบูรณ์ ดังนั้นคิดว่าถึงเวลาแล้วรัฐบาลและ กกต. ต้องหาทางออกให้กับประเทศ จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า หาก 2 องค์กร มีความเห็นที่ต่างกัน ก็ควรส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอำนาจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่ที่ใครเพื่อประเทศจะได้มีทางออก







